การเลิกจ้างเพราะพฤติการณ์ส่อไปในทางไม่สุจริตถือเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมหรือไม่ และลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จหรือไม่
การเลิกจ้างเพราะเหตุไม่ไว้วางใจโดยมีพฤติการณ์ส่อไปในทางไม่สุจริต มิใช่การเลิกจ้างเพราะกระทำทุจริตโดยตรง จึงเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จ
ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยและเงินบำเหน็จแก่โจทก์ คำขออื่นให้ยก
โจทก์ถูกเลิกจ้างเพราะใช้กุญแจไขโทรศัพท์สาธารณะโดยไม่มีหน้าที่ มีพฤติการณ์ส่อไปในทางไม่สุจริต แต่ไม่ได้กระทำทุจริตโดยตรงตามข้อบังคับ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2036/2533นายณรงค์ จิตสงวนวงศ์โจทก์องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2515 พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม. 10 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 49 ป.วิ.พ. ม. 84การที่จำเลยให้การต่อสู้คดีว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะมีพฤติการณ์ส่อไปในทางไม่สุจริตโดยหวังผลประโยชน์อันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง แสดงว่าจำเลยได้ เลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุไม่ไว้วางใจโดยมีพฤติการณ์ส่อไปในทางไม่สุจริต มิใช่เลิกจ้างเพราะโจทก์กระทำทุจริตโดยตรง จำเลยจึงไม่ต้องนำสืบพยานถึงการกระทำทุจริตโดยตรงของโจทก์ เมื่อฟังได้ว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุไม่ไว้วางใจจึงมิใช่การเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ข้อบังคับของจำเลยกำหนดว่าพนักงานที่ถูก ปลดออกจากงานจะไม่มีสิทธิได้ รับเงินบำเหน็จเพราะมีความผิด เมื่อจำเลยมีคำสั่งปลดโจทก์ออกจากงานเพราะมีพฤติการณ์ส่อไปในทางไม่สุจริต ไม่ได้ปลดออกเพราะกระทำผิด โจทก์จึงมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จโจกท์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย ทำหน้าที่พนักงานขับรถเมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๓๑ จำเลยมีคำสั่งปลดโจทก์ออกจากงาน โดยอ้างว่าโจทก์ได้ใช้กุญแจไขเครื่องโทรศัพท์สาธารณะโดยมิได้มีหน้าที่เกี่ยวข้องและมีพฤติการณ์ส่อไปในทางไม่สุจริตอันได้ชื่อว่าประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงตามข้อบังคับจำเลย โจทก์ไม่ได้กระทำความผิดดังกล่าว การเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับจำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่และอัตราค่าจ้างเดิม หรือจ่ายค่าเสียหายเป็นเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ค่าชดเชย ๔๑,๒๒๐ บาทเงินบำเหน็จ ๖๘,๗๐๐ บาท จำเลยให้การว่า จำเลยปลดโจทก์ออกจากงานเนื่องจากโจทก์ใช้กุยแจไขเครื่องโทรศั