การพักงานโดยยังจ่ายค่าจ้างถือเป็นโทษทางวินัยหรือไม่ และการเลิกจ้างหลังจากนั้นเป็นการลงโทษซ้ำซ้อน
การพักงานจะถือเป็นการลงโทษทางวินัยได้ ต้องเป็นการพักงานโดยไม่จ่ายค่าจ้าง หากยังจ่ายค่าจ้างให้ถือเป็นการสอบสวน ไม่ใช่โทษ จึงไม่เป็นการลงโทษซ้ำซ้อนหากเลิกจ้างภายหลัง
พิพากษายืน ยกฟ้อง
นายจ้างสั่งพักงานลูกจ้าง 7 วันเพื่อสอบสวนแต่ยังจ่ายค่าจ้างปกติ ตามระเบียบระบุว่าโทษพักงานต้องไม่จ่ายค่าจ้าง จึงไม่ถือเป็นโทษทางวินัย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2216/2533นายธีรพล จรัสรุ่งวิภากุลโจทก์บริษัทดุสิตธานี จำกัดจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2515 , ม. 47 (3)ระเบียบข้อบังคับของจำเลยที่ระบุการลงโทษทางวินัยแก่พนักงานที่กระทำความผิดฯ ว่า..."(3) ให้พักงานชั่วคราว โดยไม่จ่ายค่าจ้างในระหว่างนั้น" การให้พักงานที่จะเป็นการลงโทษทางวินัยตามระเบียบข้อบังคับดังกล่าว jจะต้องเป็นการให้พักงานชั่วคราวโดยไม่จ่ายค่าจ้างในระหว่างนั้น จำเลยให้โจทก์พักงานชั่วคราวเพื่อสอบสวน โดยจ่ายค่าจ้างให้โจทก์ตามปกติ จึงไม่ถือเป็นการลงโทษในความผิดที่โจทก์ได้กระทำไปแล้วโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๒๓ จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้าง ต่อมาวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๓๓ จำเลยเลิกจ้างโจทก์ อ้างว่าโจทก์ก่อเหตุพูดจาก้าวร้าว แสดงกิริยาใช้คำพูดยั่วยุหมิ่นประมาทผู้บังคับบัญชา กับได้เจตนาทำลายทรัพย์สินของโรงแรม ซึ่งไม่เป็นความจริงและจำเลยลงโทษพักงานโจทก์เป็นเวลา ๗ วันแล้ว การเลิกจ้างดังวกล่าวเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม และคืนเงินสะสม จำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ่างโจทก์เนื่องจากโจทก์พูดจาก้าวร้าว หมิ่นประมาทผู้บังคับบัญชา ทำลายทรัพย์ของนายจ้างไม่ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเป็นกรณีร้ายแรง จึงมิใช่การเลิกจ้างไม่เป็นธรรม โจทก์ไม่ต้องรับผิดตามฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์กระทำผิดวินัยตามระเบียบข้อบังคับของจำเลยในกรณีร้ายแรง ที่จำเลยสั่งพักงานโจทก์เป็นเวลา ๗ วันก็เพื่อสอบสวน และจำเลยได้จ่ายค่าจ้างให้โจทก์ตามปกติ ไม่ถือเป็นการลงโทษ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวิ