การตีความขอบเขตความรับผิดของลูกหนี้ร่วมตามคำพิพากษาที่กำหนดวงเงินรับผิดเฉพาะราย
หนี้ตามคำพิพากษาที่กำหนดให้ลูกหนี้ร่วมรับผิดในวงเงินจำกัด ลูกหนี้รายนั้นต้องผูกพันชำระหนี้ในส่วนที่ตนรับผิดจนครบหรือจนเจ้าหนี้ได้รับชำระทั้งหมด
พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 3 ชำระหนี้ตามคำพิพากษาจำนวน 6,520,750.95 บาท พร้อมดอกเบี้ย
คำพิพากษาให้จำเลยที่ 3 ร่วมรับผิดในต้นเงิน 3.5 ล้านบาทจากหนี้รวม 17.8 ล้านบาท โจทย์ยึดทรัพย์ขายได้ไม่พอชำระหนี้ทั้งหมด
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2217/2533ธนาคารกรุงไทย จำกัดโจทก์บริษัท พี.แอล.บราเดอร์ส จำกัด กับพวกจำเลย พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 , ม. 14 ป.พ.พ. หนี้ตามคำพิพากษาที่ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันรับผิดต่อโจทก์ โดยจำกัดวงเงินให้จำเลยที่ 3 ร่วมรับผิดนั้น จำเลยที่ 3 ต้องผูกพันชำระหนี้ในส่วนที่ตนต้องรับผิดจนกว่าจะชำระหนี้ส่วนที่ต้องรับผิดจนครบหรือจนกว่าโจทก์จะได้รับชำระหนี้ทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้วเมื่อปรากฏว่าจำเลยที่ 3 ชำระหนี้ส่วนที่ตนต้องรับผิดยังไม่ครบและโจทก์ยังมิได้รับชำระหนี้เสร็จสิ้น จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นลูกหนี้ร่วมจึงต้องชำระหนี้ในส่วนที่ตนยังต้องรับผิด ตามนัยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 291โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามเป็นลูกหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นซึ่งพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระหนี้ไถ่ถอนจำนองแก่โจทก์จำนวนเงิน ๑๗,๘๖๐,๙๖๗.๑๑ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๐ ต่อปีของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันถัดจากวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๘ จนกว่าจะชำระเสร็จ โดยให้จำเลยที่ ๓ ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ในต้นเงินเพียง ๓,๕๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๐ ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๘ จนกว่าจะชำระเสร็จเช่นเดียวกัน หากจำเลยทั้งสามไม่ชำระหรือชำระไม่ครบให้โจทก์ยึดทรัพย์จำนองขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้ หากได้เงินยังไม่ครบให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสามขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ได้จนครบและให้จำเลยทั้งสามชำระค่าฤชาธรรมเนียมโดยกำหนดค่าทนายความ ๑๐,๐๐๐ บาทแทนโจทก์หลังจากนั้นจำเลยที่ ๑ ได้นำเงินมาชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์๖๐๐,๐๐๐ บาท และโจทก์นำยึดที่ดินจำนองของจำเลยที่ ๓ ขายทอดตลาดไปได้เงินสุทธิจำนวน ๑,๐๙๙,๖๖๐ บาท โจทก์นำยึดที่ดินจำนองของจำเลย