ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2218/2533

ประเด็นกฎหมาย

การแย่งเช็คที่มอบให้ไว้เป็นหลักฐานจับกุมแล้วฉีกทำลาย เป็นความผิดฐานทำลายเอกสารตาม ป.อาญา ม.188 หรือไม่

หลักกฎหมาย

ความผิดฐานทำลายเอกสารอยู่ที่เอกสารเป็นของผู้อื่นและทำให้เสียหาย แม้เช็คนั้นจะเป็นพยานหลักฐานจับกุมและไม่มีมูลหนี้ ก็เป็นของเจ้าของ จึงทำลายได้

คำวินิจฉัย

พิพากษากลับให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น แต่ให้คืนของกลางทั้งหมดให้เจ้าของ เพราะเช็คมิใช่ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิด

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยหลอกลวงแล้วออกเช็คให้เพื่อนผู้เสียหายไว้เป็นหลักฐานจับกุม ต่อมาจำเลยแย่งเช็คคืนแล้วฉีกทำลาย โดยผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ข้อหาฉ้อโกง

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2218/2533พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นายนิยม กุลกาลยืนยงจำเลย ป.อ. , ม. 33 ป.วิ.อ. ม. 49, ม. 186 (9)โจทก์ฟ้องว่า จำเลยพยายามฉ้อโกงนางสาว ส. ผู้เสียหายและทำลายเอกสารของนาย ธ. ผู้เสียหาย โดยจำเลยหลอกลวงว่า จำเลยเป็นผู้สื่อข่าวสามารถฝากนางสาว สง เข้าทำงานที่กรมตำรวจได้ และนางสาว ส. ต้องเสียเงินให้จำเลย 30,000 บาท จนนางสาว ส.หลงเชื่อ แต่นาย ธ. ตรวจสอบพบว่าจำเลยไม่ใช่ผู้สื่อข่าวจึงนำเงิน 5,500 บาท มอบให้จำเลยเป็นค่ามัดจำค่าใช้จ่ายเพื่อเป็นหลักฐานในการจับกุมจำเลย จำเลยรับเงินไว้แล้วสั่งจ่ายเช็คให้นาย ธ. ไว้เป็นประกัน ต่อมาจำเลยได้แย่งเช็คดังกล่าวคืนมาจากนาย ธ. แล้วฉีกทำลายในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่นาย ธ. เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพในข้อหาฐานความผิดทำลายเอกสารของผู้อื่น ข้อเท็จจริงจึงยุติตามคำฟ้องว่าเช็คดังกล่าวเป็นของผู้อื่น และการที่จำเลยทำลายนั้นน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น อันเป็นการกระทำที่ครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 188 แล้ว เช็คของกลางที่จำเลยฉีกขาดนั้น มิใช่ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188 จึงไม่อาจริบได้และต้องคืนให้เจ้าของ สำหรับของกลางในข้อหาฉ้อโกงที่ผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ ศาลชั้นต้นมิได้มีคำสั่งคืน จึงคืนให้เจ้าของโจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคืน (ก) เมื่อระหว่างวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๓๐ เวลากลางวันถึงวันที่ ๒ กันยายน ๒๕๓๐ เวลากลางวันติดต่อกัน จำเลยหลอกลวงนางสาวสุนีย์ แซ่ลี้ ผู้เสียหายด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จว่าจำเลยเป็นผู้สื่อข่าวประจำบริษัทแปซิฟิคอินเตอร์คอมมิวนิเคชั่น จำกัด และจำเลยสามารถฝากผู้เสียหายให้เข้าทำงานที่กรมตำรวจได้โดยไ