การเลิกจ้างเมื่องานเดิมยุบเลิกแต่ยังมีงานอื่นให้ทำ ถือเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมหรือไม่
หากนายจ้างยังมีงานอื่นที่เหมาะสมให้ลูกจ้างทำได้ การเลิกจ้างจึงไม่มีเหตุอันจำเป็นหรือสมควร เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม
พิพากษายืน ให้จำเลยจ่ายเงินค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมแก่โจทก์
งานเดิมยุบเลิก แต่จำเลยมีงานแผนกอื่นให้ทำ ลูกจ้างไม่ยินยอมไปบริษัทในเครือ จึงถูกเลิกจ้างโดยยังไม่มีเหตุจำเป็น
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2325/2533นายนิพนธ์ สืบประสงค์ กับพวกโจทก์บริษัทซัมมิทโอโตซีสอินดัสตรี จำกัดจำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 งานเดิมที่ลูกจ้างทำอยู่กับนายจ้างได้ยุบเลิกไปแล้ว แต่นายจ้างยังมีงานอื่นอีกหลายแผนกที่สามารถจัดให้ลูกจ้างเข้าปฏิบัติงานได้ตามความเหมาะสม การที่นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างจึงเป็นการเลิกจ้างโดยไม่มีเหตุอันจำเป็นหรือเหตุอันสมควร เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมโจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสามเป็นลูกจ้างจำเลย จำเลยเลิกจ้างโดยโจทก์ทั้งสามมิได้กระทำความผิด เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมและคืนเงินประกันความเสียหายพร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า จำเลยได้ยุบเลิกการผลิตท่อไอเสียภายในประเทศแล้วโอนการผลิตไปให้บริษัทในเครือของจำเลย จำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ทั้งสามไปช่วยงานและฝึกสอนลูกจ้างบริษัทในเครือดังกล่าวเป็นการชั่วคราว แต่โจทก์ทั้งสามไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง จำเลยได้ตักเตือนเป็นหนังสือ โจทก์ทั้งสามเพิกเฉย การกระทำของโจทก์ทั้งสามเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของจำเลย จงใจทำให้จำเลยเสียหายเป็นกรณีร้ายแรง จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ทั้งสามได้ และไม่ต้องจ่ายเงินตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยเจตนาโอนโจทก์ทั้งสามไปทำงานในบริษัทในเครือ ซึ่งเป็นการโอนสิทธิของนายจ้างให้แก่บุคคลภายนอก เมื่อโจทก์ทั้งสามไม่ยินยอมพร้อมใจ จำเลยออกคำสั่งดังกล่าวจึงฝ่าฝืนกฎหมาย จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสามโดยจำเลยยังมีงานอื่นอีกหลายแผนกที่สามารถจัดให้โจทก์เข้าทำงานได้ การเลิกจ้างโจทก์ทั้งสามของจำเลยเป็นการเลิกจ้างโดยโจทก์ทั้งสามไม่ได้กระทำผิด เ