หนังสือตักเตือนก่อนข้อตกลงสภาพการจ้างนับเป็นการกระทำผิดซ้ำคำตักเตือนเพื่อเลิกจ้างได้หรือไม่
มาตรา 123(3) พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ฯ ไม่ได้กำหนดว่าหนังสือตักเตือนต้องออกหลังข้อตกลงสภาพการจ้างมีผลใช้บังคับ การตักเตือนก่อนนั้นไม่สิ้นผล จึงนับเป็นการกระทำผิดซ้ำคำตักเตือนได้
พิพากษายืน
นายจ้างตักเตือนลูกจ้างเป็นหนังสือเรื่องขาดงานก่อนทำข้อตกลงสภาพการจ้าง ลูกจ้างขาดงานซ้ำหลังข้อตกลงมีผล นายจ้างเลิกจ้าง คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์สั่งให้กลับเข้าทำงาน ศาลแรงงานกลางเพิกถอนคำสั่ง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2329/2533บริษัทอินเตอร์เพิร์น จำกัดโจทก์นายอร่าม สุทธะพินทุ กับพวกจำเลย พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 123(3) ที่ให้นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างในกรณีฝ่าฝืนข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายโดยนายจ้างได้ว่ากล่าวและตักเตือนเป็นหนังสือแล้วนั้น หนังสือตักเตือนดังกล่าวจะมีอยู่ก่อนหรือมีขึ้นภายหลังจากข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลใช้บังคับก็ได้ เมื่อปรากฏว่าก่อนที่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลใช้บังคับ นายจ้างเคยตักเตือนลูกจ้างเป็นหนังสือมาแล้ว และลูกจ้างได้มา กระทำผิดซ้ำคำตักเตือนเป็นหนังสือภายหลังข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างใช้บังคับอีก นายจ้างย่อมเลิกจ้างลูกจ้างได้ตามบทกฎหมายดังกล่าวโจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ จำเลยมีคำสั่งที่ ๓๗/๒๕๓๒ ลงวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๓๒ ให้โจทก์รับนายสถิตย์ จิตรสะอาด เข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่และอัตราค่าจ้างเดิมพร้อมจ่ายค่าเสียหาย หรือให้โจทก์จ่ายค่าเสียหายจำนวน ๑๒,๒๐๐ บาทโดยอ้างว่าโจทก์เลิกจ้างนายสถิตย์ฝ่าฝืนมาตรา ๑๒๓ แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมายและข้อเท็จจริงโจทก์เลิกจ้างนายสถิตย์ก็เพราะนายสถิตย์ละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุผลอันสมควรหลายครั้ง ซึ่งโจทก์เคยตักเตือนเป็นหนังสือแล้วต่อมาวันที่ ๒๖ และ ๒๗ เมษายน ๒๕๓๒ นายสถิตย์ได้ละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันสมควรอีกซึ่งฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับ โจทก์จึงเลิกจ้างได้ จึงขอให้เพิกถอนคำสั่งที่ ๓๗/๒๕๓๒ ของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ จำเลยทั้งสิบเอ็ดให้การว่า คำสั่งดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายและข้อเท็จจริง เพราะวันที่ ๒๖ และ ๒๗ เมษายน ๒๕๓๒ นายสถิตย์ป่วยโดยยื่นใบลาและได้รับอนุญาตจาก