ความสมบูรณ์ของคำฟ้องเมื่อโจทก์ไม่ได้แนบสำเนาพระราชกฤษฎีกาหรือประกาศกำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้มาพร้อมกับฟ้อง
หากในคำฟ้องบรรยายไว้ชัดเจนว่าพระราชกฤษฎีกาหรือประกาศได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาพ้นกำหนดเก้าสิบวันแล้ว การไม่ได้แนบสำเนาเอกสารมาด้วยไม่ทำให้คำฟ้องไม่สมบูรณ์
พิพากษายืน
โจทก์บรรยายฟ้องว่าพระราชกฤษฎีกาและประกาศได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาพ้น 90 วันแล้ว แต่ไม่ได้แนบสำเนาเอกสารมาพร้อมกับฟ้อง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2350/2533พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมาโจทก์นายฝาด กาฬสินธ์ กับพวกจำเลย ป.วิ.อ. ม. 158 (5) พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ม. 47 พ.ร.ฎ.กำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ.2505 โจทก์บรรยายฟ้องว่า ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้ามพ.ศ. 2530 กำหนดให้ไม้ตะเคียนหินในป่าท้องที่ทุกจังหวัดเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรได้ออกประกาศให้กำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ตลอดเขตท้องที่ทุกจังหวัดดังปรากฏรายละเอียดตามสำเนาประกาศท้ายฟ้อง พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศแล้ว ในสำเนาประกาศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรที่โจทก์แนบมาท้ายฟ้องซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของฟ้องนั้น ปรากฏว่าประกาศดังกล่าวได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว กรณีจึงเท่ากับว่าโจทก์ได้บรรยายฟ้องไว้แล้วว่าประกาศนั้นได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษามาพ้นเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศตาม มาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ฯ และเมื่อตามฟ้องของโจทก์ฟังได้ว่าพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ. 2530 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษามาพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศแล้วพระราชกฤษฎีกาฉบับดังกล่าวย่อมมีผลใช้บังคับได้เป็นกฎหมายในขณะที่จำเลยกระทำความผิด แม้โจทก์ไม่ได้ส่งสำเนาพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวมาพร้อมกับฟ้อง ก็ไม่ทำให้ฟ้องของโจทก์ไม่สมบูรณ์แต่ประการใดโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๓๑ เวลากลางวันจำเลยทั้งสองร่วมกันมีไม้ยางแปรรูปจำนวน ๔๔๘ ชิ้น ปริมาตรรวม ๒.๙๒ ลูกบาศก์เมตร และไม้ตะเคียนหินแปรรูปจำนวน ๒๔ ชิ้นปริมาตรรวม ๐.๒๙ ลูกบาศก์เมตร รวมปริมาตรไม้ทั้งสองชนิด ๓.๒๑ ลูกบาศก์เมตร อันเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. ไว้ในครอบครองในเขตควบคุมการแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพ