ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2394/2533

ประเด็นกฎหมาย

หญิงมีสามีฟ้องคดีต้องได้รับอนุญาตจากสามีหรือไม่ หากไม่ใช่คดีเกี่ยวกับสินสมรส

หลักกฎหมาย

กฎหมายไม่กำหนดให้หญิงมีสามีได้รับอนุญาตจากสามีก่อนฟ้องทุกกรณี การฟ้องต้องได้รับอนุญาตเฉพาะคดีเกี่ยวกับสินสมรสตาม ป.พ.พ. มาตรา 1476 เท่านั้น

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นหญิงมีสามีฟ้องเรียกเงินจากตั๋วสัญญาใช้เงิน จำเลยโต้แย้งว่าไม่มีอำนาจฟ้องเพราะไม่ได้รับอนุญาตจากสามี แต่ไม่ได้โต้แย้งว่าทรัพย์สินเป็นสินสมรส

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2394/2533นางสมบูรณ์ เชาว์เจริญรัตน์โจทก์บริษัทธำรงค์ศักดิ์ธุรกิจ จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ป.วิ.พ. ม. 177, ม. 183การที่หญิงมีสามีฟ้องคดีนั้นหาจำต้องได้รับอนุญาตจากสามีเสียก่อนทุกกรณีไม่คู่สมรสฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดฟ้องคดีต้องได้รับอนุญาตจากอีกฝ่ายหนึ่งก็เฉพาะการฟ้องคดีเกี่ยวกับสินสมรสซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ทั้งสองฝ่ายต้องจัดการร่วมกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1476 เท่านั้น เมื่อจำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้ว่า โจทก์ฟ้องคดีเป็นการฟ้องเกี่ยวกับสินสมรสที่โจทก์กับสามีต้องจัดการร่วมกันจึงไม่มีประเด็นข้อโต้เถียงว่าทรัพย์สินที่โจทก์ฟ้องเป็นสินสมรสหรือไม่ โจทก์ย่อมฟ้องได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากสามีก่อน.โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินให้นางมะลิวัลย์ต่อมานางมะลิวัลย์ ได้สลักหลังโดยแลกเงินสดไปจากโจทก์ เมื่อตั๋วสัญญาใช้เงินถึงกำหนดแล้ว โจทก์ได้นำไปแสดงต่อจำเลยเพื่อให้ใช้เงิน แต่จำเลยไม่ใช้ให้ ขอให้พิพากษาให้จำเลยชำระเงินพร้อมด้วยดอกเบี้ยตามฟ้องให้แก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยได้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินให้นางมะลิวัลย์จริง ต่อมานางมะลิวัลย์ เป็นลูกหนี้จำเลยจำนวนหนึ่ง เมื่อครบกำหนดเวลาใช้เงิน นางมะลิวัลย์ ก็มิได้ติดต่อกับจำเลย ลายมือชื่อสลักหลังตั๋วสัญญาใช้เงินเป็นลายมือชื่อปลอม หากฟังว่าเป็นการโอนตั๋วสัญญาใช้เงินกันจริงก็เป็นการโอนโดยคบคิดกันฉ้อฉลระหว่างโจทก์กับนางมะลิวัลย์ นอกจากนั้นโจทก์เป็นหญิงมีสามีแต่ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับความยินยอมจากสามีให้ฟ้องคดีนี้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยใช้เงินพร้อมด้วยดอกเบี้ยตามฟ้องให้แก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญห