ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2421/2533

ประเด็นกฎหมาย

การเป็นเจ้าสำนักพนันและร่วมเล่นพนันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันหรือไม่

หลักกฎหมาย

การเป็นเจ้าสำนักและร่วมเล่นพนันสามารถแยกออกจากกันได้ เป็นการกระทำต่างฐานกันและมีเจตนาคนละอัน จึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ไม่ใช่ความผิดสืบเนื่อง

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าสำนักจัดให้มีการเล่นพนันเพื่อผลประโยชน์ตนเอง และร่วมเข้าเล่นพนันกับลูกค้าด้วย โดยให้การรับสารภาพ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2421/2533พนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรีโจทก์นางสุทิน เกตุแก้ว กับพวกจำเลย ป.อ. ม. 90, ม. 91 พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 , ม. 12เมื่อจำเลยเป็นทั้งเจ้าสำนักผู้จัดให้มีการเล่นพนันขึ้นเพื่อนำมาซึ่ง ผลประโยชน์แห่งตน และร่วมเข้าเล่นพนันกับลูกค้าผู้เข้าเล่นด้วย ตามลักษณะหรือสภาพแห่งการกระทำผิดของจำเลยดังกล่าวจึงสามารถแยกจากกันได้ เป็นการกระทำผิดต่างฐานกันและมีเจตนาคนละอัน จำเลยย่อมมีความผิดฐานเป็นเจ้าสำนักผู้จัดให้มีการเล่นพนันและฐานเป็นผู้เล่นพนัน อันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. ๒๔๗๘ มาตรา ๔, ๑๐, ๑๒, ๑๕ พระราชบัญญัติการพนัน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๓ พระราชบัญญัติการพนัน (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๐๔ มาตรา ๓ ริบของกลางและจ่ายสินบนนำจับตามกฎหมาย จำเลยทั้งสามสิบแปดให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. ๒๔๗๘ มาตรา ๔, ๑๐, ๑๒, ๑๕ พระราชบัญญัติการพนัน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๓ พระราชบัญญัติการพนัน (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๐๔ มาตรา ๓ จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ จำเลยที่ ๑ ฐานเป็นเจ้าสำนักจำคุก ๒ เดือน ฐานเป็นผู้เล่น ปรับ ๑,๐๐๐ บาท รวมสองกระทงจำคุก ๒ เดือนและปรับ ๑,๐๐๐ บาท จำเลยนอกนั้นปรับคนละ ๑,๐๐๐ บาท ไม่ชำระค่าปรับบังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ ให้จ่ายสินบนนำจับกึ่งหนึ่งของค่าปรับ ของกลางริบ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีขึ้นมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะแต่ในปัญหาข้อกฎหมายที่ว่า การกระทำของจำเลยที่ ๑ เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน หรือเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นค