คำพิพากษาคดีหนึ่งขัดกับคำพิพากษาคดีอื่นเมื่อประเด็นคดีไม่เหมือนกันหรือไม่
คำพิพากษาจะถือว่าขัดกันต่อเมื่อคดีทั้งสองมีประเด็นอย่างเดียวกัน หากประเด็นต่างกัน คำพิพากษาไม่ขัดกัน
พิพากษายืน
คดีเดิมพิจารณาความผิดวินัย โจทก์ไม่มีความผิด คดีปัจจุบันพิจารณาการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม ประเด็นต่างกัน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2461/2533นายสมเกียรติ์ จันหนูโจทก์องค์การคลังสินค้าจำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 31, ม. 54 ป.วิ.พ. คดีเดิมประเด็นมีว่า โจทก์ไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายระเบียบแบบแผนหรือคำสั่งของจำเลยโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำให้จำเลยเสียหายหรือไม่ ส่วนคดีหลังประเด็นมีว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรมหรือไม่ โจทก์มีสิทธิได้รับค่าจ้าง เงินโบนัส สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยตามฟ้องหรือไม่ ประเด็นทั้งสองคดีจึงแตกต่างกัน ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยอุทธรณ์โจทก์ข้อแรกว่า คดีเดิมกับคดีหลังไม่ใช่มีประเด็นอย่างเดียวกัน คำพิพากษาทั้งสองคดีจึงไม่ขัดกันโจทก์ฟ้องว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับจำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานตามเดิม และจ่ายค่าจ้างในระหว่างเลิกจ้าง โบนัส ค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้ากับค่าเสียหาย พร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์กระทำผิดส่อไปในทางทุจริต การเลิกจ้างเป็นธรรมแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ คำขออื่นให้ยก โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า โจทก์อุทธรณ์ประการแรกว่าจำเลยเคยฟ้องเรียกค่าเสียหายจากโจทก์ตามคดีหมายเลขดำที่ ๒๘๐๒/๒๕๓๐ หมายเลขแดงที่ ๑๕๕/๒๕๓๑ ของศาลแรงงานกลาง ข้อเท็จจริงยุติแล้วว่าโจทก์ปฏิบัติหน้าที่โดยชอบ ไม่มีความผิดตามข้อบังคับว่าด้วยระเบียบพนักงานองค์การคลังสินค้า (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๑๖ ข้อ ๒๘(๒) และ (๓) ศาลแรงงานกลางควรต้องถือข้อเท็จจริงที่ยุติในคดีเดิม อีกทั้งในคดีเดิมและคดีนี้ประเด็นอย่างเดียวกัน การที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาคดีนี้ขัดกับคำพิพากษาคดีเดิม จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย