ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2542/2533

ประเด็นกฎหมาย

การไม่ไปปฏิบัติงานตามคำสั่งนายจ้างและขาดงาน 3 วันติดต่อกัน โดยไม่มาที่บริษัทเพื่อรับคำสั่ง ถือเป็นการละทิ้งหน้าที่หรือไม่

หลักกฎหมาย

แม้ลูกจ้างไม่มีหน้าที่ปฏิบัติงานเฉพาะหน้า แต่ยังมีหน้าที่ต้องมาที่บริษัทเพื่อรับคำสั่ง หากไม่มาถือว่าละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันสมควร นายจ้างเลิกจ้างได้ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

คำวินิจฉัย

พิพากษายกคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยข้อเท็จจริงแล้วพิพากษาใหม่ และพิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย ไม่ไปปฏิบัติงานตามคำสั่งที่จังหวัดนครปฐม และขาดงานที่บริษัท 3 วันติดต่อกันโดยไม่มาเพื่อรับคำสั่งงาน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2542/2533นายกิตติศักดิ์ มากเกิดโจทก์บริษัทซีเคียวริคอร์ (ประเทศไทย) จำกัดจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน , ม. 47 (4)โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยในตำแหน่งพนักงานรักษาความปลอดภัยมีหน้าที่ปฏิบัติงานประจำอยู่ตามสถานที่ที่จำเลยสั่งให้ไปปฏิบัติงาน เดิมโจทก์ปฏิบัติงานอยู่ที่โรงแรมในกรุงเทพมหานคร ต่อมาจำเลยสั่งให้ไปปฏิบัติงานที่โรงงานสุราจังหวัดนครปฐม แต่โจทก์ไม่ไป ขอทำงานในกรุงเทพมหานคร เพราะภริยาโจทก์ป่วยเป็นคนพิการเดินไม่ได้ แม้หลังจากที่โจทก์ไม่ไปปฏิบัติงานที่โรงงานสุรา จังหวัดนครปฐม ตามคำสั่งของจำเลยและโจทก์ไม่มีหน้าที่ใดที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานที่บริษัทจำเลยโจทก์ก็ยังมีหน้าที่ตามสัญญาจ้างแรงงานที่ต้องทำงานให้แก่จำเลย คือต้องมาที่บริษัทจำเลยเพื่อรับคำสั่งให้ไปปฏิบัติงานใด ๆ ให้แก่จำเลย ซึ่งหากไม่มา จำเลยก็ไม่อาจมีคำสั่งให้โจทก์ทำงานให้แก่จำเลยได้ ดังนั้น การที่โจทก์ไม่มาที่บริษัทจำเลยเป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกัน จึงเป็นการละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันสมควร จำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๒๘ จำเลยได้จ้างโจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้างประจำ ต่อมาเมื่อวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๓๒ จำเลยได้เลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มีความผิด ครั้งสุดท้ายโจทก์ทำหน้าที่เป็นหัวหน้ารักษาความปลอดภัย ได้รับค่าจ้างวันละ ๘๘ บาทจำเลยต้องจ่ายค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย ๑๘๐ วันเป็นเงิน ๑๕,๘๔๐ บาท แต่จำเลยไม่จ่ายให้ นอกจากนี้จำเลยยังไม่ได้จ่ายค่าจ้างแก่โจทก์ตั้งแต่วันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๓๒ ถึงวันที่๘ กันยายน ๒๕๓๒ เป็นเวลา ๕๙ วัน เป็นเงิน ๕,๑๙๒ บาท ขอให้พิพากษาบังคับจำเลยจ่ายค่าจ้างค้างจ่ายเป็นเงิน ๕,๑๙๒