การห้ามฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงเมื่อศาลอุทธรณ์แก้ไขโทษให้เบาลงและให้รอการลงโทษ
ศาลอุทธรณ์แก้ไขโทษให้เบาลงและให้รอการลงโทษ ถือว่าแก้ไขมาก จึงไม่ต้องห้ามฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218
อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ เนื่องจากศาลอุทธรณ์แก้ไขโทษให้เบาลงและให้รอการลงโทษ
ศาลอุทธรณ์ลดโทษจำคุกและให้รอการลงโทษ ซึ่งเป็นการแก้ไขโทษมาก แม้โทษไม่เกิน 5 ปี
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2551/2533พนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานีโจทก์นายเวียง พงษ์คำผายจำเลย ป.อ. ม. 288 ป.วิ.อ. , ม. 219ฎีกาโต้เถียงดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ที่พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยและให้รอการลงโทษไว้ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นโดยป้องกันเกินสมควรแก่เหตุตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 80 และมาตรา 69ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 2 ปี และศาลอุทธรณ์ลงโทษไม่เกินกำหนดนี้ โจทก์ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ที่แก้ไขแล้วส่วนความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยป้องกันเกินสมควรแก่เหตุตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 69 ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 2 ปี 8 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นให้ลงโทษจำคุก 1 ปี 4 เดือน และให้รอการลงโทษไว้ แม้ศาลอุทธรณ์จะพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี แต่เป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขมาก กล่าวคือนอกจากแก้โทษจำคุกให้เบาลงแล้วยังให้รอการลงโทษไว้ด้วย จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218.(สวิน อักขรายุธ-เธียร ยูงทอง-ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ