ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2552/2533

ประเด็นกฎหมาย

การพาหญิงไปเพื่อการอนาจารและพรากผู้เยาว์ในครั้งเดียว เป็นกรรมเดียวหรือต่างกรรมต่างวาระ

หลักกฎหมาย

การหลอกลวงผู้เยาว์แต่ละคนเพื่อพาไปขายเป็นหญิงโสเภณี แม้ทำในครั้งเดียว แต่มีเจตนาให้เกิดผลต่อแต่ละคนโดยเฉพาะ จึงเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระ ไม่ใช่กรรมเดียว

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้ว่า จำเลยมีความผิดฐานพรากผู้เยาว์ตามมาตรา 318 วรรคสาม อีก 2 กระทง นอกเหนือจากฐานพาหญิงไปเพื่อการอนาจาร

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยกับพวกใช้อุบายหลอกลวงผู้เยาว์สองคน อ้างพาไปทำงาน แต่กลับพาไปขายเป็นหญิงโสเภณีในจังหวัดปัตตานี

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2552/2533พนักงานอัยการจังหวัดน่านโจทก์นายอนุชาหรืออ้วน บุญมาจำเลย ป.อ. , ม. 283 วรรคสอง, ม. 318 วรรคสามจำเลยกับพวกใช้อุบายหลอกลวงนางสาว ป. กับนางสาว จ. ผู้เยาว์อ้างว่าจะพาไปทำงานแต่กลับพาไปขายให้เป็นหญิงโสเภณี ดังนี้ เห็นได้ว่า ที่จำเลยหลอกลวงผู้เยาว์ทั้งสองก็โดยเจตนาจะให้เกิดผลต่างกรรมกัน แม้จะพาผู้เยาว์ทั้งสองไปในครั้งเดียวคราวเดียวก็เป็นการกระทำต่อผู้เยาว์แต่ละคนโดยเฉพาะ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระ จำเลยมีความผิดฐานพาหญิงไปเพื่อการอนาจารรวม 2 กระทง ความผิดฐานพาหญิงไปเพื่อการอนาจารตาม ป.อ. มาตรา 283 วรรคสองกับความผิดฐานพรากผู้เยาว์ ตาม ป.อ. มาตรา 318 วรรคสาม เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๙๑, ๒๘๓, ๓๑๘ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๓ วรรคสอง และมาตรา ๓๑๘ วรรคสาม รวม ๒ กระทง การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๓ วรรคสอง อันเป็นบทหนักจำคุกกระทงละ ๑๐ ปี รวมจำคุก ๒๐ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ที่จำเลยฎีกาว่าการกระทำของจำเลยต่อนางสาวเป็งและนางสาวจรูญเป็นการกระทำกรรมเดียวที่ศาลพิพากษาเรียงกระทงลงโทษจำเลยมาไม่ชอบนั้น ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยกับพวกใช้อุบายหลอกลวงนางสาวเป็งและนางสาวจรูญ อ้างว่าจะพาไปทำงานที่จังหวัดแพร่ เมื่อผู้เยาว์ทั้งสองตกลง จำเลยกลับพาผู้เยาว์ทั้งสองไปขายให้เป็นหญิงโสเภณีที่จังหวัดปัตตานี ดังนี้เห็นได้ว่าที่จำเลยหลอกลวงผู้เยาว์ทั้งสองก็โดยเจตนาจะให้เกิดผลต่างกรรมกัน แม้จะพาไปในครั้งเดียวคราวเดีย