การชำระหนี้ภาษีในคดีล้มละลายเมื่อศาลไม่อนุญาตให้ถอนฎีกาตามเงื่อนไขแถลงการณ์กระทรวงการคลัง
เมื่อมีเจ้าหนี้เพียงรายเดียว การชำระหนี้โดยตรงให้เจ้าหนี้ย่อมได้ผลเหมือนชำระต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ไม่ก่อให้เกิดความเสียเปรียบแก่เจ้าหนี้อื่น จึงยกเลิกการล้มละลายได้
พิพากษากลับให้ยกเลิกการล้มละลายแก่จำเลย
ลูกหนี้ชำระภาษีตามเงื่อนไขแถลงฯ แต่ศาลไม่อนุญาตให้ถอนฎีกา โจทก์เป็นเจ้าหนี้เพียงรายเดียว และเงินถูกส่งเข้ากองทรัพย์สินเพื่อจ่ายให้โจทก์เพียงผู้เดียว
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2603/2533กรมสรรพากรโจทก์เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้คัดค้านนายหมัด แป้นการจำเลย พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ม. 22, ม. 135 (3) ป.รัษฎากร แถลงการณ์กระทรวงการคลังระบุว่า "ฯลฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาศัยอำนาจตาม มาตรา 3 อัฏฐ แห่งประมวลรัษฎากร จึงขยายเวลาชำระและนำส่งภาษีอากร เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่มิได้เสียภาษีอากร ฯลฯ ได้ยื่นชำระภาษีอากร ฯลฯ ถูกต้องครบถ้วน โดยไม่ต้องเสียเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่มใด ๆ ฯลฯ ทั้งนี้ตามเงื่อนไข ฯลฯ ข้อ 4 ในกรณีผู้มีหน้าที่เสีย ฯลฯ ภาษีอากร ฯลฯ รับแจ้งการประเมินฯลฯ ก่อนวันที่ที่ลงในแถลงการณ์นี้ แต่ยังมิได้ชำระภาษีอากรให้ครบถ้วนตามกำหนดเวลา ฯลฯ ในแบบแจ้งการประเมิน ฯลฯ นั้น และพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวแล้ว หากได้นำภาษีอากรที่ค้างชำระอยู่นั้นไปชำระภายในระยะเวลาตามข้อ 7 แล้ว ผู้นั้นไม่ต้องเสียเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่มใด ๆ สำหรับภาษีอากรส่วนที่ชำระนั้น ถ้าภาษีอากรค้างนั้น ค้างอยู่ในชั้นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ หรือต่อศาลผู้เสียภาษีอากรต้องขอถอนอุทธรณ์หรือถอนฟ้องนั้น และได้ รับอนุมัติเสียก่อน ฯลฯ" ดังนั้น กรณีผู้เสียภาษีอากรอุทธรณ์ฎีกาคำสั่งของศาลที่มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดในคดีที่ผู้เสียภาษีอากรถูกฟ้องให้เป็นบุคคลล้มละลายก็ดี หรือกรณีลูกหนี้ถูกแจ้งการประเมินภาษีและมิได้อุทธรณ์การประเมินนั้นต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์หรือต่อศาลในเรื่องการประเมินก็ดี ทั้งสองกรณีไม่อยู่ในเงื่อนไขของแถลงการณ์กระทรวงการคลังดังกล่าว ดังนั้น เมื่อลูกหนี้ชำระค่าภาษีอากรค้างให้โจทก์ครบถ้วนและภายในเวลาที่กำหนด ลูกหนี้ย่อมได้รับยกเว้นเงินเพิ่มและเบี้ยปรับตาม แถลงการณ์กระทรวงการคลัง โดยไม่ต้องขอถอนฟ้องก่อน เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ท