ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2606/2533

ประเด็นกฎหมาย

การนับโทษคดีที่แยกฟ้องแต่เกิดในคราวเดียวกันต้องไม่เกิน 20 ปี และหักวันที่ถูกคุมขังในคดีอื่นเพื่อไม่ให้เกินกำหนด

หลักกฎหมาย

ความผิดที่เกิดในคราวเดียวกันแม้แยกฟ้อง ศาลลงโทษรวมได้ไม่เกิน 20 ปี หากจำเลยถูกคุมขังในคดีอื่นก่อน ต้องหักวันนั้นเพื่อไม่ให้เกิน 20 ปี

คำวินิจฉัย

พิพากษากลับ ให้หักวันที่จำเลยถูกคุมขังในคดีแรกออกจากโทษคดีนี้ เพื่อให้รวมโทษไม่เกิน 20 ปี ตาม ม.91(2)

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยถูกจับกุมคราวเดียวกัน ผู้เสียหายคนเดียวกัน ความผิดปรากฏก่อนจับกุม แยกฟ้อง 2 สำนวน ศาลชั้นต้นนับโทษต่อจนเกิน 20 ปี

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2606/2533พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรีโจทก์ธนาคารนครหลวงไทย จำกัดโจทก์ร่วมนางบุศราพันธ์ เทศประทีปจำเลย ป.อ. คดีแรกที่ศาลชั้นต้นพิพากษาแล้วและคดีนี้ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้นับโทษต่อจากคดีแรกนั้น เป็นความผิดซึ่งเกิดในคราวเดียวกัน ลักษณะและพฤติการณ์แห่งคดีเหมือนกัน เจ้าพนักงานจับกุมในคราวเดียวกันและผู้เสียหายคนเดียวกัน ทั้งความผิดทั้งสองสำนวนเกิดขึ้นและปรากฏต่อพนักงานสอบสวนก่อนวันที่จำเลยถูกจับกุมในคดีนี้ เห็นได้ว่าโจทก์อาจยื่นฟ้องจำเลยทุกกระทงความผิดเป็นสำนวนเดียวกันได้ กรณีเช่นนี้ศาลลงโทษจำคุกจำเลยได้ไม่เกินยี่สิบปี แม้ว่าโจทก์จะแยกฟ้องจำเลยเป็นสองสำนวนและขอให้นับโทษต่อกันก็ตาม แต่เมื่อรวมโทษที่จำเลยจะได้รับแล้วต้องไม่เกินยี่สิบปี เมื่อคดีนี้ศาลลงโทษจำเลยทุกกรรมโดยจำคุกจำเลยเต็มตามที่กฎหมายกำหนดแล้วศาลจะนับโทษจำเลยต่อจากคดีแรกไม่ได้ เมื่อปรากฏจากคำฟ้องว่า ระหว่างสอบสวนจำเลยไม่ถูก ควบคุมในคดีนี้ แต่ถูกคุมขังในคดีแรก การคำนวณระยะเวลาจำคุกในคดีนี้ต้องหักจำนวนวันที่จำเลยถูก คุมขังในคดีแรกจากระยะเวลาจำคุก 20 ปี ในคดีนี้ เพื่อมิให้จำเลยต้องรับโทษจำคุกเกินกำหนด 20 ปี ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย แม้คดีนี้จะถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้วก็ตาม เมื่อปรากฏว่าศาลชั้นต้นพิพากษาให้นับโทษจำเลยคดีนี้ต่อจากโทษในคดีแรกเกินกว่า 20 ปี อันไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 เมื่อจำเลยยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งให้นับโทษจำเลยทั้งสองคดีติดต่อกันให้ถูกต้อง ศาลก็มีอำนาจที่จะมีคำสั่งให้ลงโทษจำเลยทั้งสองคดีติดต่อกันไม่เกิน 20 ปีได้กรณีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔, ๒๖๕, ๒๖๘, ๓๓๕ และ ๓๔๑ ที่แก้ไขแล้