ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3032/2533

ประเด็นกฎหมาย

กรณีคดีอาญาหมิ่นประมาทถึงที่สุดโดยโจทก์มิได้ร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน อายุความแพ่ง 1 ปีเริ่มนับเมื่อรู้การละเมิดและตัวผู้กระทำ

หลักกฎหมาย

หากคดีอาญาถึงที่สุดโดยมิได้ร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน ไม่อยู่ในเกณฑ์ ม.51 ป.วิ.อ. ต้องใช้อายุความ 1 ปีตาม ม.448 ป.พ.พ. นับวันที่รู้การละเมิดและตัวผู้กระทำ

คำวินิจฉัย

ให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และศาลชั้นต้น ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น (ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย)

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยหมิ่นประมาทด้วยเอกสาร โจทก์ฟ้องคดีอาญาแต่คดีถึงที่สุดโดยมิได้ร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน โจทก์ฟ้องคดีแพ่งภายหลังเกิน 1 ปีนับวันที่รู้ตัวจำเลย

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3032/2533นายยุติ เกิดกล้าโจทก์นายใส มิ่งเมือง กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ป.วิ.อ. ม. 51โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสี่กล่าวหาว่าหมิ่นประมาทโจทก์ด้วยเอกสาร แม้ว่าก่อนฟ้องคดีนี้โจทก์ได้เข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการฟ้องจำเลยทั้งสี่เป็นคดีอาญาอันเนื่องจากการกระทำเดียวกัน แต่คดีอาญาดังกล่าวถึงที่สุดขณะที่คดีนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาโดยศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกฟ้องเนื่องจากโจทก์มิได้ร้องทุกข์ภายในกำหนด3 เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด คดีขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 กรณีของโจทก์คดีนี้จึงไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 51 จึงต้องใช้อายุความ 1 ปี นับแต่วันที่ผู้ต้องเสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 วรรคแรก.โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๒๕ จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใส่ความโจทก์ต่อบุคคลที่สามด้วยการโฆษณาด้วยเอกสาร ตามสำเนาเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๑ ต่อมาวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๒๕ เจ้าพนักงานจับกุมจำเลยทั้งสี่ดำเนินคดีฐานร่วมกันหมิ่นประมาทผู้อื่น ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสี่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖ การกระทำของจำเลยทั้งสี่ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายรวมเป็นเงิน ๕๒,๐๐๐ บาท ขอบังคับให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันชดใช้เงินค่าเสียหาย ๕๒,๐๐๐ บาทแก่โจทก์พร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๕๒,๐๐๐ บาท นับตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสี่ให้การว่า ได้ร่วมกันยื่นหนังสือร้องเรียนโจทก์จริง การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด เพราะจำเลยได้ทำไปเพื่อความชอบธรรมของประชาชนโดยส่