ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3074/2533

ประเด็นกฎหมาย

ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจฟ้องคดีแทนหน่วยราชการส่วนกลางหรือไม่

หลักกฎหมาย

ประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 218 กำหนดอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดเฉพาะส่วนจังหวัด ไม่ให้อำนาจแทนหน่วยราชการส่วนกลาง

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนยกฟ้อง เนื่องจากโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องแทนหน่วยราชการส่วนกลาง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ผู้ว่าราชการจังหวัดฟ้องคดีแทนกรมอนามัยกรณีข้าราชการทุจริต ยักยอกเงินค่ารักษาพยาบาล

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3074/2533จังหวัดพิจิตรโจทก์นางสาวทองคำ ตุลาพงษ์จำเลย ป.วิ.พ. ม. 55 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 218 , ม. 53ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 218 ลงวันที่ 29 กันยายน 2515เป็นกฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบบริหารราชการและกำหนดอำนาจหน้าที่ผู้ว่าราชการจังหวัดในการบริหารราชการส่วนจังหวัดเท่านั้นหาได้ให้อำนาจแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดที่จะเป็นผู้ดำเนินการแทนหน่วยราชการในส่วนกลาง คือ กรมอนามัย ผู้เสียหายไม่ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง.โจทก์ฟ้องวาโจทก์เป็นนิติบุคคลตามบทกฎหมายโดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตรเป็นหัวหน้าบังคับบัญชาบรรดาข้าราชการฝ่ายบริหารส่วนภูมิภาคในเขตจังหวัดพิจิตร จำเลยรับเงินเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่จากประชาชนผู้เจ็บป่วย โดยชอบแล้วจำเลยมีหน้าที่นำส่งให้แก่ทางราชการตามหน้าที่และตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ แต่จำเลยหาได้ปฏิบัติหน้าที่และตามระเบียบของทางราชการดังกล่าวไม่ โดยจำเลยได้นำไปใช้ประโยชน์ส่วนตน การกระทำของจำเลยเป็นการจงใจปฏิบัติและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ และโดยทุจริต และเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายสูญเสียเงินของทางราชการเป็นเงิน ๑๗๕,๐๐๐ บาท จำเลยต้องชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าวให้แก่โจทก์ โจทก์ได้ทวงถามแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉยโจทก์เพิ่งรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้พึงต้องใช้สินไหมทดแทนเมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๒๘ คดีของโจทก์ยังไม่ขาดอายุความตามกฎหมายขอให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน ๑๗๕,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปีในเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ ๒๘พฤศจิกายน ๒๕๒๘ เป็นต้นไป จนกว่าจะใช้เงินโจทก์เสร็จ จำเลยให้การต่อสู้คดีหลายประการ และให้การตัดฟ้องว่า จำเลยรับราชการสังกัดกรมอนามัย กระทรวงสา