การยื่นคำร้องนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมมาวางหลังศาลไม่รับอุทธรณ์ เป็นการขอขยายระยะเวลาที่ต้องมีเหตุสุดวิสัย
การขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าฤชาธรรมเนียมต้องยื่นคำร้องก่อนครบกำหนด เว้นมีเหตุสุดวิสัย การป่วยหรือหาเงินไม่ทันไม่ใช่เหตุสุดวิสัย
พิพากษายืนคำสั่งศาลอุทธรณ์ที่สั่งยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย
ศาลชั้นต้นขยายเวลาวางเงินให้ แต่จำเลยไม่วางจนศาลไม่รับอุทธรณ์ ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอวางเงินโดยอ้างว่าป่วยไข้หวัดใหญ่และหาเงินไม่ทัน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3139/2533นางขอติเหย๊าะ ฤทธิโตโจทก์นายกริยา บิลละจำเลย ป.วิ.พ. , ม. 229จำเลยไม่นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมที่ต้องใช้ แทนโจทก์มาวางศาลภายในกำหนดที่ศาลชั้นต้นขยายระยะเวลาให้ ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยต่อ มาจำเลยยื่นคำร้องขอนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมมาวาง คำร้องดังกล่าวเป็นการขอขยายระยะเวลาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ซึ่งจำเลยจะต้องมีคำร้องขอเสียก่อนครบกำหนด มิฉะนั้นจะขอขยายระยะเวลาอีกไม่ได้ เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย การที่จำเลยป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ก็ดีและหาเงินได้ไม่ทันก็ดี ถือไม่ได้ว่าเป็นกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย จำเลยจึงไม่มีสิทธินำเงินค่าฤชาธรรมเนียมมาวางตามคำร้องคดีสืบเนื่องจากจำเลยอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น พร้อมกับยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าฤชาธรรมเนียมที่ต้องใช้แทนโจทก์ไปอีก ๕ วัน ศาลชั้นต้นอนุญาต แต่เมื่อครบกำหนดจำเลยไม่นำเงินค่าฤชาธรรมเนียมดังกล่าวมาวาง ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย หลังจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าวแล้วต่อมาจำเลยมายื่นคำร้องขอนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมมาวางอ้างว่า ที่ไม่สามารถนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมมาวางได้ตามกำหนดเพราะหาเงินได้ไม่ครบ ต้องเดินทางไปขอยืมจากญาติพี่น้องที่จังหวัดภูเก็ต แล้วเกิดป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ต้องพักรักษาตัวอยู่ที่จังหวัดดังกล่าวเป็นเวลา ๕ วัน เมื่อหายแล้วจึงได้รีบเดินทางกลับมา ศาลชั้นต้น สั่งยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลาที่จำเลยจะต้องนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมมาวางภายในวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๓๑ ครั้นครบกำหนดแล้วจำเลยมิได้ปฏิบัติตามคำสั่ง ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั