การกำหนดราคาอันแท้จริงในท้องตลาดของอะไหล่รถยนต์เทียมที่ใช้ทดแทนอะไหล่แท้ โดยนำราคาอะไหล่แท้มาลดร้อยละ 20 ตามระเบียบปฏิบัติของกรมศุลกากร ชอบด้วยกฎหมายห
ราคาอันแท้จริงในท้องตลาดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 2 ต้องนำราคาขายส่งเงินสดของสินค้าอย่างเดียวกันมาเปรียบเทียบ อะไหล่เทียมกับอะไหล่แท้แม้ใช้ทดแทนกันได้แต่คุณภาพต่างกัน ไม่ถือเป็นสินค้าประเภทและชนิดเดียวกัน การนำราคาอะไหล่แท้มาลดร้อยละ 20 จึงไม่ชอบด้วยเหตุผลและไม่สอดคล้องกับคำจำกัดความตามกฎหมา
ศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยที่ 1 คืนเงิน 70,812 บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันที่ 23 กันยายน 2529 จนกว่าจะชำระเสร็จ
โจทก์นำเข้าบูชยี่ห้อโอริฮาชิซึ่งเป็นอะไหล่รถยนต์เทียมที่ใช้ทดแทนอะไหล่แท้ของรถยนต์อีซูซุ แต่มีคุณภาพแตกต่างกัน จำเลยประเมินราคาโดยนำราคาอะไหล่แท้ของอีซูซุมาลดร้อยละ 20 ตามระเบียบปฏิบัติของกรมศุลกากร
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3308/2533บริษัทยู.พี.วี.อิมปอร์ต เอ็กซ์ปอร์ต จำกัดโจทก์กรมศุลกากร กับพวกจำเลย พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 การพิจารณาถึงราคาอันแท้จริงในท้องตลาดของสินค้าชนิดใด จะต้องนำราคาขายส่งเงินสดของสินค้าอย่างเดียวกันมาเป็นเครื่องเปรียบเทียบการหาราคาอันแท้จริงในท้องตลาดของบุ๊ช ซึ่งเป็นอะไหล่รถยนต์เทียมที่อาจใช้ทดแทนอะไหล่แท้ได้ แต่คุณภาพแตกต่างกัน ซึ่งโจทก์นำเข้ามาในราชอาณาจักร จึงต้องนำราคาขายส่งเงินสดของบุ๊ช ซึ่งเป็นอะไหล่รถยนต์เทียมอย่างเดียวกันที่มีผู้อื่นนำเข้ามาเป็นเครื่องเปรียบเทียบ การที่จำเลยหาราคาอันแท้จริงในท้องตลาดโดยการนำเอาราคาขายส่งของบุ๊ช ซึ่งเป็นอะไหล่แท้มาเป็นเกณฑ์เปรียบเทียบแทนโดยลดราคาลงร้อยละ 20 ตามระเบียบปฏิบัติของจำเลยในการประเมินราคาอะไหล่รถยนต์ จึงไม่ชอบด้วยเหตุผลและไม่สอดคล้องกับคำจำกัดความของคำว่า ราคาอันแท้จริงในท้องตลาด ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 2.โจทก์ฟ้องว่า โจทก์นำเข้าบูชยี่ห้อ โอริฮาชิ ซึ่งเป็นอะไหล่รถยนต์ที่อาจใช้ทดแทนอะไหล่แท้ เจ้าพนักงานของจำเลยที่ ๑ แจ้งว่าโจทก์สำแดงราคาสินค้าดังกล่าวไว้ต่ำไป จึงให้โจทก์วางเงินเพิ่มเติมเป็นประกันต่ออากร ภาษีการค้า ภาษีบำรุงเทศบาล รวม๒๙๗,๐๔๒.๗๒ บาท จำเลยที่ ๑ จึงปล่อยสินค้าให้โจทก์รับไป ต่อมากองการประเมินของจำเลยที่ ๑ ได้คืนเงินประกันค่าภาษีอากรให้โจทก์๔,๒๕๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย ๒๒.๒๖ บาท รวม ๔,๒๗๒.๒๖ บาท แต่ยังไม่ถูกต้อง เพราะจำเลยมิได้คำนวณเรียกเก็บภาษีจากราคาสินค้าอันแท้จริงในท้องตลาดหรือราคาแห่งของที่ซื้อมาจริง กรณีของโจทก์ราคาอันแท้จริงในท้องตลาดคือราคาที่โจทก์ซื้อมาซึ่งเป็นราคาที่ถูกต้องตามชอบด้วยบทกฎหมาย จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ จึงต้องคืนเงินประกันให้โจทก์อ