ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3311 - 3312/2533

ประเด็นกฎหมาย

การรอการลงโทษจำคุกไม่ถือว่าจำเลยเป็นผู้ต้องโทษตามพระราชบัญญัติล้างมลทิน จึงนำโทษที่รอไว้มาบวกกับโทษใหม่ได้

หลักกฎหมาย

การที่ศาลกำหนดโทษจำคุกแต่รอการลงโทษไว้ เท่ากับจำเลยยังมิได้รับโทษจำคุกมาก่อน จำเลยจึงมิใช่ 'ผู้ต้องโทษ' ตามความหมายของมาตรา 3 และ 4 แห่งพระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงมีพระชนมพรรษา 60 พรรษา พ.ศ. 2530 และไม่ได้รับผลตามพระราชบัญญัติดังกล่าว จึงนำโทษจำคุกที่ร

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลล่างที่นำโทษจำคุกที่รอไว้ในคดีเดิมมาบวกกับโทษจำคุกในคดีนี้

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยเคยถูกศาลพิพากษาให้รอการลงโทษจำคุกไว้ ต่อมาถูกฟ้องคดีใหม่และศาลพิพากษาลงโทษจำคุก มีปัญหาว่าโทษที่รอไว้จะถูกบวกกับโทษใหม่หรือไม่ เนื่องจากมีพระราชบัญญัติล้างมลทินยกเว้นโทษแก่ผู้ต้องโทษ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3311 - 3312/2533พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นายสมควร ช่อเกตุจำเลย ป.อ. ม. 56, ม. 58 พ.ร.บ.ล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงมีพระชนมพรรษา 60 พรรษา พ.ศ.2530 , ม. 4คดีเดิมศาลพิพากษาให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยไว้ การที่ศาลกำหนดโทษจำคุกแต่รอการลงโทษไว้ เท่ากับจำเลยยังมิได้รับโทษจำคุกมาก่อน จำเลยจึงมิใช่ "ผู้ต้องโทษ" ตามความหมายของมาตรา 3, 4แห่งพระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระชนมพรรษา 60 พรรษาพ.ศ. 2530 และไม่ได้รับผลตามพระราชบัญญัติดังกล่าว จึงนำโทษจำคุกที่รอไว้มาบวกกับโทษจำคุกในคดีนี้ได้.(สุวิทย์ ธีรพงษ์-ไมตรี กลั่นนุรักษ์-อุไร คังคะเกตุ)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ