การกระทำของจำเลยที่ชกโจทก์ร่วมหนึ่งครั้งแล้วพวกของจำเลยวิ่งเข้ามาทำร้ายโจทก์ร่วมอื่นโดยไม่ได้นัดหมายหรือบอกกล่าว ถือเป็นตัวการร่วมในความผิดฐานทำร้ายร่
การจะเป็นตัวการร่วมในการกระทำความผิดต้องมีการร่วมกระทำด้วยกันโดยมีเจตนาร่วมกันหรือยอมรับผลของการกระทำของกันและกัน หากจำเลยเพียงชกโจทก์ร่วมหนึ่งครั้งแล้วพวกของจำเลยเข้ามาทำร้ายโดยไม่ได้นัดหมายหรือบอกกล่าว และจำเลยไม่ได้เข้าไปทำร้ายซ้ำเติมหรือแสดงท่าทางว่าจะทำร้ายอีก ถือไม่ได้ว่าจำเลยเป็นตัวการร่วมในค
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ให้จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391 ปรับ 700 บาท และยกฟ้องข้อหาร่วมทำร้ายร่างกายสาหัส
จำเลยชกที่กกหูของโจทก์ร่วมคนหนึ่งหนึ่งที แล้วพวกของจำเลยวิ่งเข้ามาทำร้ายโจทก์ร่วมอื่นโดยใช้มีดฟันและขวดตี โดยไม่ได้นัดหมายหรือจำเลยบอกให้ทำร้าย หลังจากนั้นจำเลยและพวกวิ่งออกจากร้านตามโจทก์ร่วมที่วิ่งหนีไป แต่ไม่ปรากฏว่ามีการทำร้ายซ้ำเติมหรือแสดงท่าทางว่าจะทำร้ายอีก
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3321/2533พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นายสามารถ ทับประมูล กับพวกโจทก์ร่วมนายยงยุทธ ดิษฐ์โชติ หรือ ดิษฐโชติจำเลย ป.อ. , ม. 295, ม. 297, ม. 391 ป.วิ.อ. , ม. 215แม้โจทก์จะมิได้ยกเหตุที่จำเลยกับพวกวิ่งไล่ทำร้ายโจทก์ร่วมขึ้นอ้างในอุทธรณ์ว่าเป็นการชี้เจตนาของจำเลยว่ายอมรับเอาผลการกระทำ ของพวกจำเลยมาเป็นการกระทำของตนเอง จำเลยจึงเป็นตัวการในการกระทำความผิดด้วย แต่โจทก์ก็อุทธรณ์ให้จำเลยรับผิดฐาน เป็นตัวการ การที่ศาลอุทธรณ์ยกข้อเท็จจริงดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยตามคำเบิกความของพยาน เพื่อชี้ให้เห็นว่าจำเลยร่วมเป็นตัวการด้วยจึงเป็นการวินิจฉัยตามคำฟ้องอุทธรณ์ จำเลยชกที่กก หูของ ส. โจทก์ร่วม 1 ที แล้วพวกของจำเลยวิ่งเข้ามาทำร้ายพวกโจทก์ร่วม โดยใช้มีดฟันและใช้ขวดตี เป็นเหตุให้ค. โจทก์ร่วมอีกคนหนึ่งได้รับอันตรายแก่กายสาหัส ส. และ พ.โจทก์ร่วม ได้รับอันตรายแก่กาย โดยจำเลยกับพวกมิได้นัดหมายให้ช่วยกันทำร้าย หรือจำเลยบอกให้พวกทำร้ายโจทก์ร่วม และเมื่อโจทก์ร่วมบางคนวิ่งหนีจำเลยหรือพวกจำเลยก็มิได้เข้าไปทำร้ายซ้ำเติมค. โจทก์ร่วมซึ่งได้รับบาดเจ็บนอนอยู่หน้าร้านจำเลยอีก แต่วิ่งออกจากร้านตาม พ. และพวกโจทก์ร่วมไปโดยมิได้แสดงท่าทางว่าจะทำร้ายอีกแต่อย่างใด พฤติการณ์ดังกล่าวยังถือไม่ได้ว่าจำเลยเป็นตัวการร่วมในความผิดฐานทำร้ายร่างกายโจทก์ร่วมเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส หรือได้รับอันตรายแก่กาย จำเลยคงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 391 เท่านั้นโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕, ๒๙๗, ๘๓และริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างการพิจารณา ศาลชั้นต้นอนุญาตให้นายสามารถ ทับประมูล นายคำเภา ขันชัยนายไพบูลย์ สุขนุ่ม และนายวิชิต บุญประสฬ ผู้เสียหายเข้าเ