ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4144/2533

ประเด็นกฎหมาย

สัญญากู้ไม่สมบูรณ์ ผู้ค้ำประกันไม่ต้องรับผิด แม้ไม่ได้ฎีกา เพราะเป็นหนี้ไม่อาจแบ่งแยก

หลักกฎหมาย

เมื่อสัญญากู้ระหว่างโจทก์กับลูกหนี้ไม่สมบูรณ์ ผู้ค้ำประกันย่อมไม่ต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกันด้วย แม้ผู้ค้ำประกันจะมิได้ฎีกา เพราะเป็นคำพิพากษาเกี่ยวด้วยการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้

คำวินิจฉัย

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้จากจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ค้ำประกัน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าสัญญากู้ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ไม่สมบูรณ์เพราะจำเลยที่ 1 ไม่ได้ลงลายมือชื่อ

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4144/2533นายสุรศักดิ์ วงศ์มาลาสิทธิ์โจทก์นางเปลื้อง แสนอุบล กับพวกจำเลย ป.พ.พ. , ม. 681 ป.วิ.พ. , ม. 247เมื่อสัญญากู้ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ไม่สมบูรณ์แล้ว จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันจำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกันด้วย แม้จำเลยที่ 2 จะไม่ได้ฎีกาด้วยก็ตามเพราะเป็นคำพิพากษาเกี่ยวด้วยการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๒๖ จำเลยที่ ๑ ได้กู้เงินโจทก์ไป ๘๐,๐๐๐ บาท คิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปีกำหนดชำระคืนภายในวันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๒๗ จำเลยที่ ๑ ได้มอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้โจทก์ยึดถือไว้ จำเลยที่ ๒ ทำสัญญาค้ำประกัน เมื่อถึงกำหนดชำระ จำเลยทั้งสองเพิกเฉย จำเลยทั้งสองค้างชำระต้นเงินและดอกเบี้ยนับแต่วันกู้ถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๑๐๕,๐๐๐ บาท ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงิน๑๐๕,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน๘๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ ๑ ไม่เคยกู้เงินโจทก์ ไม่เคยลงลายมือชื่อในสัญญากู้ที่โจทก์นำมาฟ้อง สัญญากู้ดังกล่าวจึงเป็นเอกสารปลอม จำเลยที่ ๒ กู้เงินโจทก์ ๔๐,๐๐๐ บาท และมอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์ซึ่งยืมมาจากจำเลยที่ ๑ ให้โจทก์ยึดถือไว้ จำเลยที่ ๒ ลงลายมือชื่อในช่องผู้ค้ำประกันในแบบพิมพ์สัญญาค้ำประกันยังไม่ได้กรอกข้อความ แต่ไม่ใช่ในฐานะผู้ค้ำประกันจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ ชำระหนี้ ๔๐,๐๐๐ บาท ให้โจทก์แล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงิน ๑๐๕,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ย หากจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระให้จำเลยที่ ๒ชำระหนี้ทั้งหมดดังกล่าวแทนจนครบ จำเลยที่ ๑ ฎ