คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องขอให้ขายที่ดินทีละแปลง มิใช่คำสั่งชี้ขาดในเรื่องรวมหรือแยกทรัพย์สินขายทอดตลาด จึงไม่เป็นที่สุดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 309 วรรค
คำสั่งศาลที่จะเป็นที่สุดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 309 วรรคสอง ต้องเป็นกรณีที่ผู้มีส่วนได้เสียร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีรวมหรือแยกทรัพย์สินหรือคัดค้านคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดี และเมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ปฏิบัติตาม ผู้ร้องยื่นคำขอต่อศาลภายใน 2 วัน คำสั่งชี้ขาดของศาลจึงจะเป็นที่สุด หากศาลสั่งให้ยกคำ
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้เพิกถอนการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดี
จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้ขายที่ดินทีละแปลง ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องโดยให้ดำเนินการชั้นเจ้าพนักงานบังคับคดีก่อน จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยที่ 1 ไป
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4507/2533นางอรพินท์ เนติกฤษฎาโจทก์นายสำอางค์ เทพสง่า กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. , ม. 296 วรรคสอง, ม. 309 วรรคสองคำสั่งของศาลที่จะเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 309 วรรคสอง จะต้องเป็นกรณีที่ผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินที่จะขายทอดตลาดร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีรวมหรือแยกทรัพย์สินหรือขอให้ขายทรัพย์สินนั้นตามลำดับที่กำหนดไว้ หรือร้องคัดค้านคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่สั่งให้ขายทอดตลาดทรัพย์สินตามมาตรา 309(1)(2) หรือ (3) และเมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ยอมปฏิบัติตามคำร้องขอหรือคำคัดค้านเช่นว่านั้น ผู้ร้องได้ยื่นคำขอต่อศาลโดยทำเป็นคำร้องภายใน 2 วัน นับแต่วันที่เจ้าพนักงานบังคับคดีปฏิเสธ เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งชี้ขาดในเรื่องนั้น คำสั่งชี้ขาดของศาลจึงจะเป็นที่สุดแต่ข้อเท็จจริงในคดีนี้ เป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เป็นเรื่องที่จำเลยที่ 1 จะต้องดำเนินการชั้นเจ้าพนักงานบังคับคดีก่อน ให้ยกคำร้อง จึงมิใช่คำสั่งชี้ขาดในเรื่องรวมหรือแยกทรัพย์สินขายทอดตลาด อันจะทำให้คำสั่งของศาลชั้นต้นเป็นที่สุดตามบทกฎหมายดังกล่าว เมื่อคำสั่งของศาลชั้นต้น มิใช่คำสั่งชี้ขาดในเรื่องให้รวมหรือแยกทรัพย์สินขายทอดตลาด อันจะทำให้คำสั่งของศาลชั้นต้นเป็นที่สุด เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงชอบที่จะเลื่อนการขายทอดตลาดไปจนกว่าศาลจะได้มีคำสั่งชี้ขาดในเรื่องนี้ตามมาตรา 309 วรรคสองและจำเลยที่ 1 ก็ได้อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวของศาลชั้นต้นต่อศาลอุทธรณ์แล้ว เจ้าพนักงานบังคับคดีย่อมไม่มีอำนาจขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ไปในระหว่างที่ยังไม่มีคำสั่งของศาลในเรื่องให้รวมหรือแยกทรัพย์สินขายทอดตลาดซึ่งเป็นที่สุด การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ขายทอดตลาดท