ศาลมีดุลพินิจตามมาตรา 42 วรรคสาม แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ที่จะกำหนดให้เจ้าของอาคารร่วมรับผิดในการรื้อถอนหรือไม่
มาตรา 42 วรรคสาม แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มิได้บังคับเด็ดขาดว่าศาลต้องให้เจ้าของอาคารร่วมรับผิดในการรื้อถอนเสมอไป แต่ให้ศาลใช้ดุลพินิจตามควรแก่กรณี เมื่อเจ้าของอาคารมิได้ยินยอมให้ปลูกสร้างและเป็นผู้แจ้งให้เจ้าพนักงานทราบ จึงไม่สมควรให้เจ้าของอาคารต้องรับผิดในการรื้อถอน
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 (เจ้าของอาคาร) นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของที่ดินและอาคาร แต่ไม่ได้ยินยอมให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ปลูกสร้างอาคารโรงจอดรถโดยไม่ได้รับอนุญาต และจำเลยที่ 1 เองเป็นผู้แจ้งให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบถึงการปลูกสร้างที่ผิดแบบ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4672/2533ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครโจทก์นางวรรณี สิรยายน กับพวกจำเลย พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 , ม. 42 วรรคสามบทบัญญัติตามมาตรา 42 วรรคสามแห่ง พ.ร.บ. ควบคุมอาคารฯมิได้บังคับเป็นการเด็ดขาดว่า ศาลจะต้องให้เจ้าของอาคารร่วมรับผิดในการรื้อถอนเสมอไปแต่ให้ศาลใช้ดุลพินิจตามควรแก่กรณีว่าสมควรจะให้ผู้ใดเป็นผู้รับผิดในการรื้อถอน เมื่อจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าของอาคารมิได้ยินยอมอนุญาตให้มีการปลูกสร้างอาคารโรงจอดรถที่ต้องถูกรื้อถอน ทั้งเป็นผู้มาแจ้งให้เจ้าพนักงานทราบถึงการปลูกสร้างที่ผิดแบบ จึงไม่สมควรให้จำเลยที่ 1 ต้องร่วมรับผิดในการรื้อถอนด้วย ส่วนจำเลยที่ 2 เป็นผู้ดำเนินการปลูกสร้างอาคารดังกล่าวต้องรับผิดในการรื้อถอน.โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๓๗๑๓และเป็นเจ้าของอาคารแถว ๔ หลัง รวมทั้งโรงจอดรถ ๒ หลังซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินดังกล่าว จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ดำเนินการ และจำเลยที่ ๓เป็นผู้ควบคุมการก่อสร้างอาคารโรงจอดรถ ๒ หลังนั้น ส่วนจำเลยที่ ๔ที่ ๕ เป็นผู้ครอบครองอาคารแถวเลขที่ ๑๓๗๙/๓๗, ๑๓๗๙/๓๘ กับอาคารโรงจอดรถ ๑ หลัง จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ได้ร่วมกันปลูกสร้างอาคารโรงจอดรถ ๒ หลังดังกล่าวเพื่อใช้เป็นที่จอดรถยนต์ โดยปลูกขึ้นระหว่างอาคารเลขที่ ๑๓๗๙/๓๗ กับ ๑๓๗๙/๓๘ หลังหนึ่ง และระหว่างอาคารเลขที่ ๑๓๗๙/๔๒ กับ ๑๓๗๙/๔๓ อีกหลังหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจำเลยที่ ๑ ได้ทำสัญญาให้จำเลยที่ ๔ ที่ ๕ เช่าตึกแถวเลขที่ ๑๓๗๙/๓๗และ ๑๓๗๙/๓๘ ตามลำดับ และให้จำเลยที่ ๔ ที่ ๕ ครอบครองอาคารโรงจอดรถดังกล่าว เจ้าหน้าที่ของโจทก์ตรวจพบการก่อสร้างดังกล่าวจึงมีหนังสือแจ้งให้จำเลยที่ ๓ ระงับการก่อสร้างอาคารโรงจอดรถและจำเลยที่ ๓ ได้ทราบคำสั่งแล้วแต่จำเลยที่ ๓ ไม่