สัญญาจำนองและค้ำประกันที่ทำก่อนจดทะเบียนวัตถุประสงค์มีผลผูกพันหรือไม่ และการเชิดตัวแทนโดยปริยาย
แม้การจดทะเบียนเพิ่มวัตถุประสงค์ยังไม่ได้โฆษณาในราชกิจจานุเบกษา แต่เมื่อนายทะเบียนรับจดทะเบียนแล้ว บุคคลภายนอกอาจถือเอาประโยชน์จากการขอจดทะเบียนนั้นได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1023 และการที่หุ้นส่วนผู้จัดการคนใหม่ยอมให้คนเก่าครอบครองตราห้างและดำเนินการทำสัญญาโดยไม่ทักท้วง ถือเป็นการเชิดให้เป็นตัวแทนตามมาตรา
พิพากษาให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมรับผิดตามสัญญาจำนองและสัญญาค้ำประกัน
จำเลยที่ 2 จดทะเบียนเพิ่มวัตถุประสงค์ข้อกิจการจำนองเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2521 ต่อมาวันที่ 29 พฤษภาคม 2521 ทำสัญญาจำนองเครื่องจักรแก่โจทก์ และวันที่ 1 มิถุนายน 2521 นายทะเบียนรับจดทะเบียน ต่อมาจำเลยที่ 3 เข้าเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการแทนจำเลยที่ 4 แต่ยังยอมให้จำเลยที่ 4 ใช้ตราห้างทำสัญญาค้ำประกัน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4677/2533ธนาคารกรุงไทย จำกัดโจทก์บริษัทไอ.ซี.จี. จำกัด กับพวกจำเลย ป.พ.พ. , ม. 1023, ม. 1078จำเลยที่ 2 ได้จดทะเบียนเพิ่มเติมวัตถุประสงค์ข้อกิจการจำนองเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2521 ต่อมาอีก 3 วัน คือวันที่ 29 พฤษภาคม2521 จำเลยที่ 2 ได้มาทำสัญญาจำนองเครื่องจักรเป็นประกันหนี้ของจำเลยที่ 1 แก่โจทก์ แสดงว่าจำเลยที่ 2 มีเจตนาจดทะเบียนเพิ่มเติมวัตถุประสงค์ข้อกิจการจำนองเพื่อมาทำสัญญาจำนองเครื่องจักรแก่โจทก์ตามฟ้อง ดังนี้ เมื่อต่อมาภายหลังคือวันที่ 1 มิถุนายน 2521นายทะเบียนรับจดทะเบียนเพิ่มเติมวัตถุประสงค์ข้อกิจการจำนองให้ตามที่จำเลยที่ 2 ขอจดทะเบียนแล้ว แม้วัตถุประสงค์ข้อกิจการจำนองนั้น ยังไม่ได้ลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือราชกิจจานุเบกษาก็ตามฝ่ายโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกก็อาจถือเอาประโยชน์จากการขอจดทะเบียนเพิ่มเติมวัตถุประสงค์ในข้อกิจการจำนองของจำเลยที่ 2 ดังกล่าวได้แล้ว ตามนัยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1023 สัญญาจำนองผูกพันจำเลยที่ 2 ได้. สัญญาค้ำประกันที่จำเลยที่ 2 ทำไว้แก่โจทก์ มีจำเลยที่ 4ลงชื่อและประทับตราห้างจำเลยที่ 2 ในขณะทำสัญญานั้น จำเลยที่ 2จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงตัวหุ้นส่วนผู้จัดการจากจำเลยที่ 4 เป็นจำเลยที่ 3 แล้ว แสดงว่าหลังจากจำเลยที่ 3 เข้าเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการสืบต่อจากจำเลยที่ 4 แล้ว จำเลยที่ 3 ยังคงยอมให้จำเลยที่ 4 ครอบครองตราของห้างอยู่ และเมื่อจะทำสัญญาค้ำประกันไว้แก่โจทก์ก็ยินยอมให้จำเลยที่ 4 เป็นผู้ดำเนินการเสมือนยังเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการตามเดิม โดยจำเลยที่ 3 มิได้ทักท้วงว่ากล่าวหรือแจ้งให้โจทก์ทราบพฤติการณ์บ่งชัดว่าจำเลยที่ 3 เชิดจำเลยที่ 4 ให้แสดงออกเป็นตัวแทนของตนในการทำสัญญาค้ำประกันในนามห้างจำเลยที่ 2ซึ่งโจทก์ม