ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4713/2533

ประเด็นกฎหมาย

การเข้าไปในเคหสถานของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตและเมื่อผู้ครอบครองห้ามปรามแล้ว เป็นความผิดฐานบุกรุกหรือไม่

หลักกฎหมาย

การเข้าไปในเคหสถานที่อยู่อาศัยของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตและโดยไม่มีเหตุอันสมควร และเมื่อผู้ครอบครองหรือผู้ซึ่งอยู่อาศัยในบ้านนั้นไม่ยินยอมและห้ามปรามแล้ว การกระทำนั้นเป็นความผิดฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๕ ประกอบมาตรา ๓๖๔

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดฐานบุกรุกตามฟ้อง ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยได้ขึ้นไปบนชั้นที่สองและที่สามของบ้านผู้เสียหายเพื่อค้นหานางมุกดา โดยนายศักดิ์ชัยบุตรผู้เสียหายซึ่งอยู่อาศัยในบ้านนั้นไม่ยินยอมและห้ามปราม

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4713/2533พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นายดำรงค์ ศิริฟองนุกูล กับพวกจำเลย ป.อ. , ม. 365จำเลยกับพวกไปที่บ้านผู้เสียหายเนื่องจากต้องการพบ ม.แล้วได้พากันขึ้นไปบนชั้นที่สองของบ้านผู้เสียหายโดยบุตรของผู้เสียหายซึ่งอยู่อาศัยในบ้านนั้นด้วยไม่ยินยอม และห้ามปรามแล้วการกระทำของจำเลยกับพวกเป็นความผิดฐานบุกรุกตาม ป.อ. มาตรา 365 ประกอบ มาตรา 364, 83โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกร่วมกันบุกรุกขึ้นไปบริเวณชั้นสองของบ้านอันเป็นเคหสถานที่อยู่อาศัยของผู้เสียหายและนายศักดิ์ชัยกับ พวกโดยไม่ได้รับอนุญาตและโดยไม่มีเหตุอันสมควรและจำเลยกับพวกไม่ยอมออกไปจากชั้นสองของบ้าน เมื่อนายศักดิ์ชัยได้ห้ามไม่ให้ขึ้นไปและได้ไล่ให้ออกไป ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๓๖๔,๓๖๕ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๔, ๓๖๕, ๘๓ (ที่ถูกเป็นมาตรา ๓๖๕ ประกอบมาตรา ๓๖๔, ๘๓) ให้จำคุก ๒ ปี และปรับ ๒,๐๐๐ บาท ให้รอการลงโทษจำคุกไว้ ๑ ปี ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๑ ด้วย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า วันเกิดเหตุจำเลยทั้งสองกับพลตำรวจจิรโรจน์ได้ไปที่บ้านนายเจือผู้เสียหายเนื่องจากต้องการพบนางมุกดา และได้พบกับนายศักดิ์ชัยบุตรผู้เสียหาย จำเลยที่ ๑ กับพลตำรวจจิรโรจน์ได้ขึ้นไปบนชั้นที่สองและที่สามของบ้านผู้เสียหายเพื่อค้นหานางมุกดาโดยนายศักดิ์ชัยไม่ยินยอม และห้ามปรามแล้ว การกระทำของจำเลยที่ ๑ดังกล่าวจึงเป็นความผิดฐานบุกรุกตามฟ้อง พิพากษาแก้เป็นว่า สำหรับจำเลยที่ ๑ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้คงให้