ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4714/2533

ประเด็นกฎหมาย

การแจ้งความโดยระบุว่ายังไม่มอบคดีแก่พนักงานสอบสวน ไม่เป็นคำร้องทุกข์ ทำให้คดีเช็คขาดอายุความ

หลักกฎหมาย

คำร้องทุกข์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2(7) ต้องเป็นการกล่าวหาโดยมีเจตนาจะให้ผู้กระทำผิดได้รับโทษ การแจ้งความโดยระบุว่ายังไม่มอบคดีต่อพนักงานสอบสวน แสดงว่าไม่มีเจตนาดังกล่าว จึงไม่เป็นคำร้องทุกข์ และคดีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คเป็นความผิดอันยอมความได้ ต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน มิฉะน

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกฟ้องโจทก์ เนื่องจากคดีขาดอายุความเพราะโจทก์ไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนตามเช็ค แต่ในรายงานประจำวันระบุตอนท้ายว่าโจทก์ยืนยันยังไม่มอบคดี เพียงต้องการนำเช็คไปฟ้องร้องต่อศาลทางหนึ่งก่อน โจทก์ฟ้องคดีเมื่อพ้นสามเดือนนับแต่วันรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4714/2533นายอภิสิทธิ์ อัมพรจรัลโจทก์นายบักซ้ง แซ่เอี๊ยบ กับพวกจำเลย ป.อ. ป.วิ.อ. , ม. 121, ม. 123 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 , ม. 4ข้อความในรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีตอนแรกระบุว่า โจทก์มาร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยที่ 1 ให้ได้รับโทษตามกฎหมาย แต่ในตอนท้ายระบุว่าร้อยเวรสอบสวนได้รับแจ้งไว้แล้ว สอบถาม ผู้แจ้งยืนยันว่ายังไม่มอบคดีแก่พนักงานสอบสวน เพียงแต่ต้องการนำเช็คไปฟ้องร้องต่อศาลทางหนึ่งก่อน ดังนี้ คำของโจทก์ที่แจ้งต่อพนักงานสอบสวนว่า ยังไม่มอบคดีต่อพนักงานสอบสวน แสดงว่าโจทก์กล่าวหาโดยมิได้มีเจตนาจะให้ผู้กระทำผิดได้รับโทษ จึงไม่เป็นคำร้องทุกข์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(7) คดีตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คเป็นความผิดอันยอมความได้ เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้เสียหายมิได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิดคดีของโจทก์ย่อมขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๓, ๙๑ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูลให้ประทับฟ้อง ระหว่างพิจารณา ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๒ ชั่วคราว จำเลยที่ ๑ ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๙๑ จำคุกกระทงละ ๒ เดือน รวม ๒ กระทงเป็นจำคุก ๔ เดือน โจทก์และจำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า รายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีระบุเกี่ยวก