ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4719/2533

ประเด็นกฎหมาย

การฟ้องคดีเอาคืนการครอบครองภายในกำหนด 1 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1375 เมื่อจำเลยเปลี่ยนลักษณะการยึดถือโดยแย่งการครอบครอง

หลักกฎหมาย

การเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือที่ดินโดยแย่งการครอบครอง ต้องนับอายุความ 1 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1375 ตั้งแต่วันที่ผู้ถูกแย่งการครอบครองทราบถึงการเปลี่ยนลักษณะการยึดถือนั้น

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้ให้จำเลยคืนค่าเช่าเพิ่มอีก 66,375 บาท พร้อมดอกเบี้ย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยครอบครองที่ดินพิพาทตลอดมาโดยไม่เปลี่ยนลักษณะการยึดถือ จนกระทั่งโจทก์ยื่นขอรับโอนมรดก จำเลยจึงมีหนังสือคัดค้านต่อนายอำเภอเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2527 โจทก์ได้รับสำเนาหนังสือคัดค้านเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2527 ซึ่งเป็นการแย่งการครอบครอง โจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2528

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4719/2533นางสาวดรุณี โตไพบูลย์ กับพวกโจทก์นายประพันธ์ โตไพบูลย์จำเลย ป.พ.พ. จำเลยครอบครองที่ดินพิพาทตลอดมาโดยไม่ปรากฏว่าได้เปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือ จนกระทั่งโจทก์ไปยื่นเรื่องราวขอรับโอนมรดกที่ดินส่วนที่เป็นของมารดาโจทก์ที่สำนักงานที่ดิน จำเลยจึงได้มีหนังสือลงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2527 ถึงนายอำเภอขอคัดค้านการรับโอนมรดกโดยอ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยผู้เดียว หนังสือดังกล่าวได้ยื่นต่อนายอำเภอเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2527 โจทก์ได้รับสำเนาหนังสือคัดค้านของจำเลยเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2527 แสดงว่าโจทก์ทราบเรื่องที่จำเลยได้เปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือที่ดินพิพาทเพื่อตนตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม 2527 ซึ่งเป็นการแย่งการครอบครองของโจทก์ โจทก์ฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครอง เมื่อวันที่ 6กุมภาพันธ์ 2528 จึงเป็นการฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองภายในกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375 แล้ว.โจทก์ทั้งสามฟ้องว่า โจทก์ทั้งสามเป็นบุตรนางบุญทอง โตไพบูลย์ นางบุญทองถึงแก่กรรมแล้ว นางบุญทองมีสิทธิครอบครองในที่ดินตามน.ส. ๓ เลขที่ ๑๑ เนื้อที่ประมาณ ๒๗ ไร่ ๒ งาน ซึ่งตั้งอยู่หมู่ที่ ๘ ตำบลรอบเมือง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ร่วมกับจำเลย เมื่อนางบุญทองตายส่วนของนางบุญทองจึงเป็นมรดกตกทอดแก่โจทก์ทั้งสามในฐานะทายาท โจทก์ทั้งสามยื่นคำร้องต่อนายอำเภอเมืองเชียงรายขอจดทะเบียนรับโอนมรดก แต่เจ้าพนักงานไม่สามารถดำเนินการได้เพราะหนังสือรับรองการทำประโยชน์อยู่ที่จำเลย และจำเลยไม่ยอมส่งมอบ ขอให้พิพากษาว่าโจทก์ทั้งสามมีกรรมสิทธิ์ร่วมกับจำเลยในที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เล่มที่ ๓ หน้า ๘๓ เลขที่ ๑๑หมู่ ๘ ตำบลรอบเวียง อำเภอเมืองเชียงร