การครอบครองที่ดินโดยอาศัยสิทธิของผู้เช่าถือเป็นการครอบครองแทนเจ้าของ ไม่ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์
การครอบครองทรัพย์สินโดยอาศัยสิทธิของผู้อื่น เช่น ผู้เช่า ถือเป็นการครอบครองแทนเจ้าของ ไม่ใช่การยึดถือในฐานะเป็นเจ้าของ แม้ครอบครองนานเท่าใดก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์ และขับไล่โจทก์พร้อมชดใช้ค่าเสียหายแก่จำเลย
โจทก์ซื้อบ้านจากผู้เช่าที่ดินซึ่งปลูกบ้านในที่พิพาท โดยโจทก์ทราบว่าที่ดินเป็นของผู้อื่น โจทก์เข้าอยู่ในที่พิพาทโดยอาศัยสิทธิของผู้เช่า มิใช่เจตนาเป็นเจ้าของ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4724/2533นางสาวสุมาลัย รัตนการุณย์โจทก์นายชาตรี วีระวิริยะพิทักษ์จำเลย ป.วิ.พ. , ม. 183, ม. 225 ป.พ.พ. คดีมีประเด็นว่า โจทก์ได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทโดยการครอบครอง หรือไม่ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโจทก์ครอบครองที่พิพาทแทนเจ้าของ ที่ดิน เป็นการชี้ให้เห็นว่าโจทก์อยู่ในที่พิพาทโดยไม่มีเจตนาเป็นเจ้าของจึงไม่ได้กรรมสิทธิ์ ทั้งจำเลยต่อสู้ไว้ด้วยว่าโจทก์ครอบครองที่พิพาทโดยอาศัยสิทธิของผู้อื่น คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์จึงเป็นการวินิจฉัยในประเด็นพิพาท โจทก์ฟ้องและให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์ซื้อที่ดินสองแปลงและโจทก์ครอบครองที่ดินทั้งสองแปลงมาโดยตลอดนับแต่วันซื้อ แต่โจทก์ฎีกาทำนองว่าโจทก์ซื้อที่ดินมาเพียงแปลงเดียว ฎีกาของโจทก์จึงเป็นเรื่องนอกฟ้องนอกประเด็น โจทก์เข้าอยู่ในที่พิพาทโดยการซื้อบ้านจากผู้เช่าที่พิพาทปลูกบ้านโจทก์จึงอยู่ในที่พิพาทโดยอาศัยสิทธิของผู้เช่า เป็นการครอบครองแทนเจ้าของ โจทก์ครอบครองที่พิพาทนานเท่าใดก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์.โจทก์ฟ้องว่า เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๔ บิดามารดาโจทก์ซื้อบ้านเลขที่ ๓๒๑ จากนายฮุย แซ่ตั้ง ซึ่งเช่าปลูกอยู่ในที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๔๘๓ ของนางแพ ประวัติวรวิชชุการี พ.ศ. ๒๕๐๐ นางแพได้ขายที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๔๘๓ และ ๓๔๘๒ ซึ่งมีที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๔๙๗ ของจำเลยคั่นกลางอยู่ให้แก่โจทก์ และโจทก์ได้ซื้อบ้านเลขที่ ๓๑๙ ของนายต้อมวงศ์เมือง ซึ่งเช่าปลูกอยู่ในที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๔๘๓ ไว้อีกโจทก์ได้รื้อบ้านทั้งสองหลังแล้วปลูกขึ้นใหม่เป็นหลังเดียว และเข้าครอบครองที่ดินโดยความสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของตลอดมาเป็นเวลา ๒๖ ปี ต่อมาปรากฏว่านางแพโอนขายที่ดินโฉนดเลขที่๓๔๘๓ แก่นายยโต๊ะ อ่วมชีพ และ พ.ศ. ๒๕๒๕ นายโต๊ะกับจำเลยสมคบกันโอนขายให้จำเลยโดยไม่สุ