หนังสือมอบอำนาจทั่วไปที่ผู้มอบอำนาจหลายคนอ้างสิทธิในที่ดินต่างกันต้องปิดอากรแสตมป์รายบุคคล และภารจำยอมอาจได้มาโดยอายุความโดยนับระยะเวลาของเจ้าของเดิมร
หนังสือมอบอำนาจทั่วไปที่ผู้มอบอำนาจหลายคนอ้างสิทธิในที่ดินต่างกัน แม้ทำเป็นตราสารฉบับเดียวกันก็ต้องเสียอากรตามรายบุคคลคนละ 30 บาท หากปิดอากรไม่ครบถ้วนย่อมใช้เป็นพยานหลักฐานไม่ได้ ส่วนภารจำยอมอาจได้มาโดยอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 1401 ประกอบมาตรา 1382 โดยนับอายุความการใช้ทางของเจ้าของเดิมรวมกับผู้รับโอ
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกฟ้องโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 9 เพราะไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจากหนังสือมอบอำนาจปิดอากรแสตมป์ไม่บริบูรณ์ และให้ทางพิพาทตกเป็นภารจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์ที่ 10 โดยให้จำเลยทั้งสองรื้อกำแพงคอนกรีตและประตูเหล็กที่ปิดกั้น
โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 9 มอบอำนาจให้โจทก์ที่ 10 ฟ้องคดีโดยอ้างสิทธิในที่ดินต่างกัน แต่ทำหนังสือมอบอำนาจฉบับเดียวกันและปิดอากรแสตมป์เพียง 30 บาท ส่วนโจทก์ที่ 10 อ้างภารจำยอมโดยอายุความ โดยนับระยะเวลาการใช้ทางของนายจิตติเจ้าของเดิมรวมกับระยะเวลาที่จำเลยเป็นเจ้าของติดต่อกันเกิน 10 ปี
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4737/2533นายวันชัย ภุชงค์มาศ กับพวกโจทก์นายชัยสิทธิ์ นพรัตนาวงศ์ กับพวกจำเลย ป.รัษฎากร , ม. 118 ป.พ.พ. , ม. 1401 ป.วิ.พ. โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 9 มอบอำนาจให้โจทก์ที่ 10 กระทำกิจการหลายอย่างรวมทั้งฟ้องคดีนี้ จึงเป็นหนังสือมอบอำนาจทั่วไป และโจทก์ดังกล่าวต่างอ้างว่ามีสิทธิใช้ทางพิพาทโดยอาศัยสิทธิที่เป็นเจ้าของที่ดินสามยทรัพย์คนละแปลงต่างกัน แม้จะทำหนังสือมอบอำนาจเป็นตราสารฉบับเดียวกันก็ตาม ก็ต้องเสียอากรตามรายบุคคลคนละ30 บาท ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 108 และบัญชีอัตราอากรแสตมป์ข้อ 21 (ข) จึงต้องปิดอากรแสตมป์ 270 บาท โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 9ปิดอากรแสตมป์เพียง 30 บาท จึงไม่บริบูรณ์ ต้องห้ามมิให้ใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งตามมาตรา 118 โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 9 จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ภารจำยอมอาจได้มาโดยอายุความซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1401 ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยอายุความได้สิทธิตามลักษณะ 3 มาใช้บังคับโดยอนุโลม ซึ่งได้แก่อายุความตามมาตรา 1382 ที่กำหนดว่าถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์มีอายุความ 10 ปี มาตราดังกล่าวมุ่งหมายถึงเฉพาะเจ้าของสามยทรัพย์ผู้ใช้สิทธิทางภารจำยอมในภารยทรัพย์เท่านั้น โดยไม่คำนึงถึงเจ้าของภารยทรัพย์ แม้จำเลยจะรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินภารยทรัพย์มาจากนายจิตติโจทก์เจ้าของสามยทรัพย์ก็นับอายุความการใช้ทางพิพาทตั้งแต่นายจิตติเจ้าของเดิมรวมกับระยะเวลาที่จำเลยเป็นเจ้าของติดต่อกันได้เมื่อปรากฏว่าเกิน 10 ปี ย่อมได้ภารจำยอมโดยอายุความตามมาตรา 1401 โจทก์ทั้งสิบฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้ทางพิพาทตกเป็นภารจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์ทั้งสิบ เมื่อศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าทางพิพาทตกเป็นภารจำยอมเฉพาะที่ดินของโจทก์ที่ 10 ศาลอุทธรณ์ก็ต้องพิพากษาให้ทางพิพาทตกเป็นภารจำย