ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4747/2533

ประเด็นกฎหมาย

การรับตั๋วเงินเช็คเดินทางไว้คราวเดียวกันแม้แยกใช้เป็นหลายครั้งเป็นความผิดฐานรับของโจรเพียงกรรมเดียว และเมื่อศาลมีคำพิพากษาในคดีก่อนเสร็จเด็ดขาดแล้ว สิ

หลักกฎหมาย

ความผิดฐานรับของโจรสำเร็จทันทีตั้งแต่เวลาที่รับทรัพย์ไว้ในความครอบครอง การแยกใช้หรือจำหน่ายภายหลังไม่ใช่ความผิดฐานรับของโจรขึ้นอีก เป็นความผิดเพียงครั้งเดียว เมื่อศาลมีคำพิพากษาในคดีก่อนเสร็จเด็ดขาด สิทธิฟ้องคดีอาญาของโจทก์ระงับลงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4) และการพิจารณาความผิดหลา

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน โดยวินิจฉัยว่าจำเลยมีความผิดฐานรับของโจรเพียงกรรมเดียว และสิทธิฟ้องคดีระงับลงแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(4) ส่วนการใช้เอกสารปลอมเป็นการกระทำโดยมีเจตนาอันเดียว ไม่ใช่ความผิดหลายกรรมต่างกัน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยรับตั๋วเงินเช็คเดินทาง 19 ฉบับ โดยรู้ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการลักทรัพย์ ใช้ตั๋วเงิน 13 ฉบับในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2531 และที่เหลือ 6 ฉบับในวันรุ่งขึ้น ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานรับของโจรในตั๋วเงิน 6 ฉบับในคดีก่อนแล้ว และจำเลยใช้ตั๋วเงินเช็คเดินทางปลอม 13 ฉบับ รวมเงิน 12,585 บาท และใช้หนังส

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4747/2533พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นายปัญญา ตั้งศุภชัยจำเลย ป.อ. , ม. 264, ม. 265, ม. 266, ม. 268, ม. 357 ป.วิ.อ. จำเลยรับตั๋วเงินเช็คเดินทางไว้คราวเดียวกัน 19 ฉบับ โดยรู้ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาโดยการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ แม้ภายหลังจำเลยจะแยกใช้ตั๋วเงินเช็คเดินทางดังกล่าวเป็น 2 ครั้ง ก็เป็นความผิดฐานรับของโจรเพียงกรรมเดียว เมื่อศาลได้มีคำพิพากษาลงโทษจำเลยฐานรับของโจรในคดีก่อนเสร็จเด็ดขาดแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานรับของโจรเป็นคดีนี้ซ้ำอีก เพราะสิทธิฟ้องคดีอาญาของโจทก์ระงับลงแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 39(4) การที่จำเลยใช้ตั๋วเงินเช็คเดินทางปลอม 13 ฉบับ รวมเป็นเงิน12,585 บาท และใช้หนังสือเดินทางปลอมในคราวเดียวกัน เพื่อขอแลกเงินจากผู้เสียหาย เป็นการกระทำโดยมีเจตนาเพื่อหลอกลวงเอาเงินจำนวนดังกล่าวจากผู้เสียหายเพียงประการเดียว จึงเป็นความผิดกรรมเดียว.โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔,๒๖๕, ๒๖๖, ๒๖๘, ๓๓๔, ๓๓๕, ๓๔๑, ๓๔๒, ๓๕๗, ๙๑, ๓๓ ริบของกลางให้จำเลยคืนเงินจำนวน ๑๒,๕๘๕ บาทแก่ผู้เสียหาย และนับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๖๒๗๕/๒๕๓๑ และ ๖๓๗๖/๒๕๓๑ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การรับสารภาพฐานรับของโจรและฐานอื่นตามฟ้องนอกจากความผิดฐานลักทรัพย์ และรับว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๕๗, ๒๖๔, ๒๖๖, ๒๖๘ ประกอบมาตรา ๘๓, ๙๑ ฐานรับของโจรลงโทษจำคุก ๒ ปี ฐานปลอมเอกสารหนังสือเดินทางและฐานใช้เอกสารหนังสือเดินทางปลอม ให้ลงโทษฐานใช้หนังสือเดินทางปลอมแต่กระทงเดียว ตามมาตรา ๒๖๘ วรรคสอง จำคุก ๒ ปี ฐานปลอมเ