การตีความสถานะความเป็นสามีภริยาและบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายภายใต้กฎหมายลักษณะผัวเมีย กรณีอยู่กินกันก่อน พ.ร.บ.ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและ
หากผู้จัดการมรดกมีเจตนาครอบครองทรัพย์สินไว้แทนทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกทุกคน มิใช่เพื่อตนเองแต่ผู้เดียว แม้การฟ้องขอแบ่งมรดกจะเกิน 1 ปี นับแต่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย ผู้จัดการมรดกก็ไม่อาจอ้างว่าครอบครองเพื่อตนเองตามมาตรา 1367 และไม่อาจยกอายุความมรดกตามมาตรา 1754 ขึ้นยันโจทก์ได้
ให้จำเลยแบ่งมรดกที่ดิน น.ส.3ก. เลขที่ 726 และ 737 ให้แก่โจทก์ทั้งสามคนละ 1 ส่วนใน 12 ส่วน หากจำเลยไม่จัดการหรือไม่อาจจัดการได้ ให้เอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายปีละ 450 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะแบ่งเสร็จ
บิดามารดาของโจทก์อยู่กินกันฉันสามีภริยาโดยเปิดเผยก่อนปี พ.ศ. 2477 ทำให้โจทก์เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของบิดาตามกฎหมายลักษณะผัวเมีย และจำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกได้ยื่นคำร้องขอรับมรดกเพื่อแบ่งให้แก่ทายาททุกคน รวมถึงมีการโอนที่ดินบางส่วนให้ทายาทคนอื่นแล้ว แสดงว่ามีเจตนาแบ่งมรดกให้ทายาททุกคน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4755/2533นางเช้า ไวพาลา กับพวกโจทก์นางถนอม หงษ์ทองจำเลย ป.พ.พ. , ม. 1754 กฎหมายลักษณะผัวเมีย พ.ร.บ.ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ.2519 , ม. 5บิดามารดาโจทก์อยู่กินกันฉันสามีภริยาโดยเปิดเผยมาก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ 5 ความเป็นสามีภริยาและบุตรระหว่างบิดามารดาของโจทก์และโจทก์จึงต้องบังคับตามกฎหมายลักษณะผัวเมียซึ่งใช้ในขณะนั้น บิดามารดาโจทก์จึงเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมายลักษณะผัวเมีย และโจทก์ย่อมเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของบิดา จำเลยมีเจตนาครอบครองที่ดินพิพาทไว้แทนทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกทุกคน ดังนั้น แม้โจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของบิดาโจทก์ผู้ตายให้แบ่งมรดกแก่โจทก์เป็นเวลาเกิน 1 ปี นับแต่เจ้ามรดกถึงแก่ความตายก็ตาม จำเลยก็ไม่อาจอ้างได้ว่าจำเลยครอบครองที่ดินพิพาทเพื่อตนเองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1367และไม่อาจยกอายุความมรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754ขึ้นใช้ยันโจทก์ผู้เป็นทายาทของเจ้ามรดกได้.โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสามเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายเย็นนางเจริญ หงษ์ทอง นายเย็นถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๒๑ มีทรัพย์มรดกคือที่ดิน น.ส.๓ เลขที่ ๗๒๖ และเลขที่ ๗๓๗ จำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนายเย็นตามคำสั่งของศาลชั้นต้น จะต้องแบ่งที่ดินมรดกให้แก่ทายาท ๖ คน คือจำเลย นางสมศรี แก้วเจริญ นางน้อย หงษ์ทองและโจทก์ทั้งสาม โจทก์ทั้งสามมีส่วนได้รับมรดกคนละ ๑ ใน ๖ ส่วนขอให้บังคับจำเลยแบ่งที่ดินมรดกให้แก่โจทก์ทั้งสามคนละ ๑ ใน ๖ ส่วนหากจำเลยไม่จัดการก็ให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเล