ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการปรับบทลงโทษเมื่อศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าความผิดฐานพรากผู้เยาว์กับฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ซึ
กรณีเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ต้องลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ศาลฎีกาสามารถปรับบทลงโทษให้ถูกต้องได้แม้โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
พิพากษาแก้ให้จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานพรากผู้เยาว์และหน่วงเหนี่ยวกักขัง รวมจำคุกคนละ 4 ปี จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราจำคุก 15 ปี จำเลยที่ 2 มีความผิดฐานพยายามข่มขืนกระทำชำเราจำคุก 10 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 1 19 ปี และจำเลยที่ 2 14 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยที่ 1 12 ปี 8 เดือน และจำเลยที่ 2 4 ปี 4 เดือน
จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา จำเลยที่ 2 มีความผิดฐานพยายามข่มขืนกระทำชำเรา ทั้งสองมีความผิดฐานพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารและฐานหน่วงเหนี่ยวกักขัง แต่ไม่มีความผิดฐานอาวุธปืน และจำเลยทั้งสองได้ชดใช้เงินค่าทำขวัญเป็นที่พอใจแก่มารดาของผู้เสียหาย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4760/2533พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรีโจทก์สิบตำรวจโทสมชาย แจ่มประเสริฐ กับพวกจำเลย ป.อ. , ม. 91, ม. 310, ม. 318แม้โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแต่ที่ศาลชั้นต้นปรับบทลงโทษจำเลยทั้งสองใน ความผิดฐานพรากผู้เยาว์กับฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทลงโทษฐาน พรากผู้เยาว์บทหนักนั้น ยังไม่ถูกต้อง เนื่องจากกรณีเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ต้องลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ศาลฎีกาปรับบทลงโทษให้ถูกต้องได้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖, ๓๑๐,๓๑๘, ๙๑, ๙๐, ๘๓, ๘๐ พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๘ ทวิ,๗๒, ๗๒ ทวิ คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๔๔ ลงวันที่๒๑ ตุลาคม ๒๕๑๙ ข้อ ๓, ๖, ๗ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๐, ๓๑๘, ๙๑, ๘๓ พระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืนพ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๘ ทวิ, ๗๒, ๗๒ ทวิ อันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดฐานพรากผู้เยาว์กับหน่วงเหนี่ยวกักขังทำให้ผู้เสียหายปราศจากเสรีภาพในร่างกายเป็นกรรมเดียว ให้ลงโทษบทหนักตามมาตรา ๓๑๘ วรรคสาม จำคุกคนละ ๖ ปีฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกคนละ ๑ ปี ฐานพาอาวุธปืนติดตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกคนละ ๖ เดือน และจำเลยที่ ๑ ยังมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖ วรรคสอง จำคุก๑๕ ปี ส่วนจำเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖วรรคสอง, ๘๐ จำคุก ๑๐ ปี รวมจำคุกจำเลยที่