ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4791/2533

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการร้องขอคืนของกลาง (รถยนต์บรรทุก) จากศาล โดยผู้ร้องอ้างความเป็นเจ้าของและไม่รู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิด

หลักกฎหมาย

การที่ผู้ร้องให้ทำสัญญาเช่าซื้อใหม่และระบุในสัญญาว่าต้องชำระหนี้เต็มจำนวนแม้รถจะสูญหาย แสดงว่าผู้ร้องประสงค์เพียงต้องการค่าเช่าซื้อ ไม่ประสงค์จะยึดรถคืน จึงถือว่าการร้องขอคืนของกลางเพื่อประโยชน์ของผู้เช่าซื้อแต่ฝ่ายเดียว เป็นการใช้อำนาจศาลโดยไม่สุจริต และผู้ร้องมีหน้าที่ต้องพิสูจน์ว่าตนเองและคู่สัญญ

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

นายชาญวุฒิเช่าซื้อรถยนต์บรรทุกจากผู้ร้องตามสัญญาเช่าซื้อเดิมและสัญญาใหม่ โดยผิดสัญญาและค้างชำระค่าเช่าซื้อ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 และสั่งริบรถยนต์บรรทุกของกลาง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4791/2533พนักงานอัยการประจำศาลแขวงขอนแก่นโจทก์บริษัทโค้วยู่ฮะมอเตอร์ จำกัดผู้ร้องนายเจียว เสมทับจำเลย ป.อ. , ม. 36 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 , ม. 83ข. ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์บรรทุกของกลางกับผู้ร้อง เมื่อข. ผิดสัญญา ผู้ร้องก็ให้ ข. ทำสัญญาเช่าซื้อใหม่ หลังจากนั้นชง ก็ผิดสัญญาอีก และสัญญาก็ระบุไว้ทำนองว่า ไม่ว่ารถยนต์บรรทุกของกลางจะเกิดความเสียหายหรือสูญหายไปด้วยประการใด ผู้เช่าซื้อก็ต้องชำระหนี้เท่ากับค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระ แสดงว่าผู้ร้องประสงค์จะได้ค่าเช่าซื้อเท่านั้น ผู้ร้องไม่ประสงค์จะยึดรถยนต์บรรทุกของกลางคืนเมื่อ ข. ผิดสัญญาพฤติการณ์เช่นนี้เห็นได้ว่าผู้ร้องร้องขอคืนของกลางเพื่อประโยชน์ของ ข. แต่ฝ่ายเดียวจึงเป็นการใช้สิทธิทางศาลโดยไม่สุจริต แม้ขณะเกิดเหตุผู้ร้องยังคงเป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกของกลาง แต่ผู้ร้องก็ไม่มีพยานมาสืบว่า ผู้ร้องและ ข. มิได้รู้เห็นเป็นใจในการที่จำเลยใช้รถยนต์บรรทุกของกลางกระทำผิด ซึ่งผู้ร้องมีหน้าที่ต้องพิสูจน์ให้ได้ความดังกล่าวผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิขอคืนรถยนต์บรรทุกของกลางคดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๙๕ ลงวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๑๕ ข้อ ๕๖, ๘๓ และสั่งริบรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน ๘๐-๙๐๔๙ ขอนแก่นของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกของกลางและผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย ขอให้สั่งคืนของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องไม่ใช่เจ้าของรถยนต์บรรทุกของกลาง ผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดของจำเลย ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา