ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4802/2533

ประเด็นกฎหมาย

การปรับบทลงโทษในความผิดฐานพาอาวุธปืนและฐานฆ่าผู้อื่นเพื่อชิงทรัพย์ และการสั่งให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์

หลักกฎหมาย

ความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องลงโทษตามบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 และศาลฎีกามีอำนาจแก้ไขการปรับบทลงโทษที่ศาลอุทธรณ์ใช้ไม่ถูกต้อง รวมทั้งสั่งให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหายตามที่โจทก์ขอได้

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะโดยมิได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ วรรคแรก และ 72 ทวิ วรรคสอง ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 และฐานฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(7) ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด และให้จำเลยที่ 1 คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนเป็นเงิน 30,400 บาทแก่ผู้เสียหาย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยร่วมกันมีอาวุธปืนและกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะชิงทรัพย์ และใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายและผู้อื่นโดยเจตนาฆ่าเพื่อความสะดวกในการชิงทรัพย์ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับอันตรายแก่กาย

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4802/2533พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมาโจทก์นายสุทิน กลั่นยวง กับพวกจำเลย ป.วิ.อ. , ม. 186 (9), ม. 195, ม. 215, ม. 225ศาลอุทธรณ์ปรับบทลงโทษจำเลยไม่ถูกต้อง กับไม่ได้สั่งให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหายตามที่โจทก์ฟ้องขอมาด้วยศาลฎีกาแก้ไขให้ถูกต้องได้โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันมีอาวุธปืนลูกซองสั้นไม่มีหมายเลขทะเบียนและตราประทับของเจ้าพนักงานและกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนและกระสุนปืนดังกล่าวไปในทางสาธารณะโดยมิได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุยกเว้นโทษตามกฎหมาย ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะร่วมกันชิงเอาทรัพย์ของผู้เสียหายไปโดยในการชิงทรัพย์นั้นจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันใช้ อาวุธปืนดังกล่าวยิงนายจี้เชียงและผู้เสียหายโดยเจตนาฆ่าและเพื่อความสะดวกในการชิงทรัพย์ เป็นเหตุให้นายจี้เชียงถึงแก่ความตาย และผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กาย ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙, ๒๘๙, ๘๐, ๓๓๙, ๓๔๐ ตรี,๓๗๑, ๙๑, ๘๓, ๓๒, ๓๓ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา ๗, ๘ ทวิ,๗๒, ๗๒ ทวิ ริบอาวุธปืน ปลอกกระสุนปืน กับเม็ดกระสุนปืนของกลางให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ตามจำนวนที่ผู้เสียหายทั้งสองถูกชิงเอาไป และนับโทษจำเลยทั้งสองต่อจากโทษในคดีอาญาตามฟ้อง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ริบอาวุธปืน ปลอกกระสุนปืน และเม็ดกระสุนปืนของกลางคำขออื่นให้ยกเสีย โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดฐานร่วมกับพวกมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตกระทงหนึ่งและ พาอาวุธปืนกับ