ปัญหาความรับผิดร่วมของตัวการและตัวแทนในคดีละเมิด และปัญหาอำนาจฟ้องของโจทก์เมื่อไม่ใช่เจ้าของทรัพย์สินที่เสียหาย
กรณีตัวแทนขับรถอันเป็นกิจการของตัวการ ตัวการต้องร่วมรับผิดกับตัวแทน และอำนาจฟ้องเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลสามารถยกขึ้นวินิจฉัยได้แม้คู่ความมิได้โต้แย้ง
ให้จำเลยที่ 2 ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 36,520 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันเกิดเหตุ (21 พฤศจิกายน 2528) จนกว่าจะชำระเสร็จ
จำเลยที่ 1 ขับรถของจำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 2 นั่งไปด้วยและเมาสุรา เกิดอุบัติเหตุชนรถจักรยานยนต์ของโจทก์ ซึ่งรถคันดังกล่าวเป็นของผู้อื่น (ป้าของโจทก์) โจทก์จึงไม่ใช่เจ้าของรถ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4814/2533นายพิศิษฐ์ ปักกาเวสูงฯโจทก์นายสมบูรณ์ พลสงคราม กับพวกจำเลย ป.พ.พ. , ม. 425, ม. 427, ม. 437, ม. 820 ป.วิ.พ. , ม. 249 วรรคสองจำเลยที่ 1 ขับรถของจำเลยที่ 2 โดยมีจำเลยที่ 2 ซึ่งเมาสุรานั่งไปด้วย ถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ขับรถอันเป็นกิจการของจำเลยที่ 2แทนจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 จึงเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็น ตัวการ โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของและผู้ครอบครองรถในขณะเกิดเหตุ ฟ้องของโจทก์จึงเป็นฟ้องที่ให้ จำเลย ที่ 2 รับผิดในฐานะตัวการด้วย ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยที่ 2ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 จึงไม่เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น โจทก์ไม่ใช่เจ้าของรถจักรยานยนต์ที่เสียหาย จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้ทำละเมิดข้อนี้แม้จำเลยมิได้ให้การต่อสู้เป็นประเด็นข้อพิพาทว่าโจทก์มิใช่เจ้าของรถคันเกิดเหตุ แต่เรื่องอำนาจฟ้องเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย เมื่อปรากฏว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรยกขึ้นวินิจฉัยได้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ ได้ขับรถที่จำเลยที่ ๒ เป็นเจ้าของและผู้ครอบครองไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ ด้วยความประมาทเลินเล่อชนรถจักรยานยนต์ที่โจทก์ขับทำให้รถของโจทก์เสียหาย และทำให้โจทก์ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขอให้พิพากษาบังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน ๑๑๓,๓๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย โจทก์ยื่นคำฟ้องแล้วส่งสำเนาฟ้องให้จำเลยที่ ๑ ไม่ได้ โจทก์ไม่แถลงต่อศาลเพื่อดำเนินการต่อไปภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าโจทก์ทิ้งฟ้องให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ มิได้ขับรถด้วยความประมาทเลิน