ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4817 - 4818/2533

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการไถ่ถอนจำนองที่ดินเมื่อโจทก์มิได้ฟ้องผู้รับจำนองเข้ามาเป็นคู่ความ

หลักกฎหมาย

หากโจทก์มิได้ฟ้องผู้รับจำนองเข้ามาเป็นคู่ความ ศาลจะไม่มีอำนาจพิพากษาให้ไถ่ถอนจำนองได้ เนื่องจากคำขอนั้นจะส่งผลกระทบกระเทือนถึงสิทธิของผู้รับจำนองซึ่งมิได้เป็นคู่ความในคดี

คำวินิจฉัย

พิพากษากลับให้โจทก์ทั้งสองมีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทและห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้อง แต่ให้ยกคำขออื่น ๆ (เรื่องการไถ่ถอนจำนอง) เนื่องจากโจทก์มิได้ฟ้องผู้รับจำนอง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ทั้งสอง แต่จำเลยออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓ก.) ทับที่ดินดังกล่าวแล้วนำไปจำนองประกันหนี้แก่บุคคลอื่น โดยโจทก์มิได้ฟ้องผู้รับจำนองเข้ามาในคดี

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4817 - 4818/2533นายเสมียน อ่ำสำโรง กับพวกโจทก์นางสมัย อ่ำสำโรงหรือแท่งทอง กับพวกจำเลย ป.พ.พ. , ม. 744, ม. 1367, ม. 1368 ป.วิ.พ. , ม. 145, ม. 172คำขอให้จำเลยทั้งสามจัดการไถ่ถอนจำนองเพื่อให้ที่ดินของโจทก์ทั้งสองปลอดจากการจำนอง ถ้าโจทก์มิได้ฟ้องผู้รับจำนองเข้ามาด้วยศาลไม่อาจพิพากษาให้ตามคำขอส่วนนี้ ซึ่งจะมีผลกระทบกระเทือนสิทธิของผู้รับจำนองได้คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกันโดยให้เรียกโจทก์สำนวนแรกว่าโจทก์ที่ ๑ โจทก์สำนวนหลังว่าโจทก์ที่ ๒ โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้พิพากษาว่าโจทก์ทั้งสองมีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท ให้จำเลยทั้งสามไถ่ถอนจำนองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓ก.) เลขที่ ๑๔๒๒, ๑๔๒๓ และ ๑๔๒๔ ตำบลวังสำโรงอำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร เฉพาะส่วนที่ออกทับที่ดินของโจทก์ทั้งสอง หากจำเลยทั้งสามไม่ปฏิบัติก็ให้ยึดทรัพย์อื่นของจำเลยทั้งสามขายทอดตลาดชำระหนี้จำนองให้แก่เจ้าหนี้ ขอให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าวส่วนที่ออกทับที่ดินของโจทก์ทั้งสองโดยให้จำเลยทั้งสามไปจดทะเบียนเพิกถอนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ หากจำเลยไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลยทั้งสาม จำเลยทั้งสามให้การว่า ที่ดินทั้งหมดตามที่โจทก์ฟ้องเป็นของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ จำเลยที่ ๒ ให้จำเลยที่ ๓ มีชื่อเป็นผู้มีสิทธิครอบครองร่วมด้วยคดีของโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์ทั้งสองมีสิทธิในที่ดินพิพาท ห้ามจำเลยทั้งสามและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง ให้จำเลยทั้งสามไถ่ถอนจำนองที่ดินส่วนที่เป็นของโจทก์ทั้งสองให้ปลอดจำนอง จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสอง โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า