ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4821/2533

ประเด็นกฎหมาย

ความสมบูรณ์ของคำฟ้องคดีหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) กรณีการกล่าวถ้อยคำพูดของจำเลยไว้โดยบริบูรณ์หรือไม่

หลักกฎหมาย

ในคดีหมิ่นประมาท คำฟ้องต้องกล่าวถ้อยคำพูดของจำเลยไว้โดยบริบูรณ์ หากคำฟ้องบรรยายถ้อยคำดังกล่าวไว้ครบถ้วนโดยไม่เป็นการสรุปความเอาเอง ย่อมเป็นฟ้องที่ชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5)

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี เนื่องจากคำฟ้องของโจทก์สมบูรณ์ตามกฎหมาย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยกล่าวหาต่อบุคคลที่สามว่าผู้เสียหายลักหรือเอาปืนไป โดยคำฟ้องได้บรรยายถ้อยคำที่จำเลยพูดไว้โดยชัดเจนและครบถ้วน

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4821/2533พนักงานอัยการจังหวัดภูเก็ตโจทก์นายฉาด ยุคลธรจำเลย ป.อ. ป.วิ.อ. บรรยายฟ้องว่า จำเลยได้บังอาจใส่ความนายวิชัย ปลูกพืช ผู้เสียหาย โดยกล่าวหาต่อนายปราโมทย์ ปลูกพืช และนางไหม มาดชาย ว่าผู้เสียหายลักปืนหรือเอาปืนของนายหาหมีด หรือ หมีด โชคเกื้อ ไป เป็นคำฟ้องที่บรรยายถึงการกระทำของจำเลย โดยจำเลยกล่าวต่อนายปราโมทย์ และ นางไหม ว่า ผู้เสียหายลักปืนหรือเอาปืนของนายหาหมีดหรือหมีดไป เป็นการกล่าวถ้อยคำพูดของจำเลยไว้บริบูรณ์แล้ว เป็นฟ้องที่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 158(5).โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ใส่ความนายวิชัย ปลูกพืช ผู้เสียหาย โดยกล่าวต่อนายปราโมทย์ ปลูกพืช ว่าผู้เสียหายลักปืนของนายหาหมีดหรือหมีด โชคเกื้อ ไปและจำเลยได้ใส่ความนายวิชัย ปลูกพืช ผู้เสียหายโดยกล่าวต่อนางไหม มาดชาย ว่าผู้เสียหายเอาปืนของ นายหาหมีดหรือหมีด โชคเกื้อ ไปทั้งนี้โดยประการที่น่าจะทำให้ ผู้เสียหายเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นและถูกเกลียดชัง ขอให้ลงโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑, ๓๒๖ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖ เรียงกระทงลงโทษตามาตรา ๙๑ จำคุกกระทงละ ๔ เดือน ปรับกระทงละ ๘๐๐ บาท รวม ๒ กระทง จำคุก ๘ เดือน ปรับ๑,๖๐๐ บาท จำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ ศาลอุทธรณ์ พิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์มิได้กล่าวว่าถ้อยคำที่จำเลย พูดกับนายปราโมทย์และนางไหมนั้นมีข้อความอย่างไร เป็นฟ้องที่ ไม่ ชอบด้วยกฎหมาย ประเด็นอื่นไม่จำต้องวินิจฉัย พิพากษากลับ ให้ ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศ