การพิจารณาว่าผู้เช่าที่ดินซึ่งเปลี่ยนจากการทำนาเป็นการเลี้ยงปลา ยังคงได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 และมีอำนา
การเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมประเภทอื่นนอกจากการเช่านา หากยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาควบคุมการเช่าประเภทนั้น ผู้เช่าจะไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 และไม่มีอำนาจฟ้อง นอกจากนี้ เมื่อศาลพิพากษายกฟ้องเดิม ฟ้องแย้งย่อมต้องตกไป
ให้ยกฟ้องโจทก์และฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1
โจทก์เช่าที่นาจากจำเลย แต่เนื่องจากน้ำทะเลเข้าถึงทำให้ทำนาไม่ได้ผล จึงขุดบ่อเลี้ยงปลาสลิดและลงทุนเลี้ยงปลามาจนปัจจุบัน โดยจำเลยที่ 1 ยินยอม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4876/2533นายณรงค์ เล็กเจริญโจทก์นายสำรวย ทองคำ กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. พ.ร.บ.การเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2524 , ม. 21, ม. 63ขณะเกิดกรณีพิพาทโจทก์ไม่ได้ทำนาในที่ดินพิพาทแล้ว แต่ได้ขุดบ่อเลี้ยงปลาจึงถือไม่ได้ว่าโจทก์เป็นผู้เช่านาตามความหมายในพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2524 เป็นการเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมประเภทอื่น จึงต้องนำมาตรา 63 มาใช้บังคับ ซึ่งมีใจความว่าในกรณีที่การเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมประเภทใดนอกจากการเช่านาเมื่อรัฐบาลเห็นสมควรกำหนดให้การเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมประเภทนั้นมีการควบคุมก็ให้มีอำนาจกระทำการตราเป็นพระราชกฤษฎีกา เมื่อปรากฏว่ายังไม่มีพระราชกฤษฎีกาควบคุมการเช่าที่ดินเพื่อประกอบเกษตรกรรมประเภทอื่น ดังนั้น โจทก์จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติดังกล่าว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง เมื่อโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง และศาลพิพากษายกฟ้องแล้วฟ้องแย้งย่อมต้องตกไปเพราะการฟ้องแย้งนั้นจะมีได้ต้องมีฟ้องเดิมและตัวโจทก์เดิมที่จะเป็นจำเลยของฟ้องแย้งอยู่ด้วย.โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เช่านาจากจำเลยที่ ๑ และได้เข้าทำนาในที่ดินดังกล่าวแต่เนื่องจากน้ำทะเลเข้าถึง การทำนาไม่ได้ผล จึงขอแปรสภาพทำเป็นที่เลี้ยงปลาส ลิด จำเลยที่ ๑ ยินยอม โจทก์จึงลงทุนเลี้ยงปลาส ลิดมาจนปัจจุบัน โจทก์ในฐานะผู้เช่าที่นาได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติการเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ๒๕๒๔ ซึ่งบัญญัติให้โจทก์มีสิทธิซื้อที่นาที่โจทก์ครอบครองและทำอยู่ก่อนผู้ใดขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่นาโฉนดเลขที่ ๕๐๔๐ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ให้แก่โจทก์ และรับเงินค่าที่ดินจำนวน ๓๐๐,๐๐๐ บาท ไปจากโจทก์ หากจำเลยที่