ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4884/2533

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายว่า การขับรถยนต์หลบหนีและขัดขวางการจับกุมโดยพุ่งเข้าใส่เจ้าพนักงาน เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน หรือเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท

หลักกฎหมาย

การกระทำของจำเลยที่ขับรถยนต์ปาดซ้ายขวาและพุ่งเข้าใส่เจ้าพนักงาน เป็นการกระทำต่อเนื่องกันโดยตลอด จึงเป็นความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางและพยายามฆ่าเจ้าพนักงานเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ไม่ใช่สองกรรมสองกระทง

คำวินิจฉัย

จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 138 และ 289(2) ประกอบมาตรา 80 ให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 289(2) ประกอบมาตรา 80 ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยขับรถยนต์เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ล้มแล้วหลบหนี เจ้าพนักงานตำรวจติดตามจับกุม จำเลยขัดขวางโดยขับปาดซ้ายขวา และขับรถพุ่งเข้าใส่เจ้าพนักงานที่จุดสกัดจับ

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4884/2533พนักงานอัยการจังหวัดอุตรดิตถ์โจทก์นายสำราญ จ๋อยคล้ายจำเลย ป.อ. , ม. 90, ม. 91, ม. 138, ม. 289 ป.วิ.อ. จำเลยขับรถยนต์เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ล้มลงแล้วขับรถยนต์หลบหนี เจ้าพนักงานตำรวจจึงขับรถยนต์ติดตามเพื่อจับกุม แต่จำเลยขัดขวางการจับกุมโดยขับรถยนต์ปาด ไปทางซ้ายและทางขวาจนถึงบริเวณที่เจ้าพนักงานตำรวจยืนอยู่ที่จุดสกัดจับ จำเลยก็ขับรถพุ่งเข้าใส่เจ้าพนักงานตำรวจที่ยืนอยู่นั้น การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางและพยายามฆ่าเจ้าพนักงานเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อ กฎหมายหลายบท ไม่ใช่สองกรรมสองกระทง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ลงโทษจำเลยฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน จำคุกไม่เกิน 5 ปี แต่ความผิดฐานดังกล่าวเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวกับความผิดฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการ ตามหน้าที่และไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ดังนั้น ความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานจึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไปด้วยโจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดหลายกรรมต่างกันคือต่อสู้ขัดขวางและพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่โดยจำเลย ขับรถยนต์โดยประมาทชนผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายแล้วขับรถยนต์หลบหนี ร้อยตำรวจตรีปถัมภ์ สุวรรณวงษ์ กับพวกซึ่งขับรถยนต์ติดตามเพื่อนจับกุมจนทันและเรียกให้หยุดพร้อมกับขับรถจะแซงรถยนต์ของจำเลย แต่จำเลยไม่ยอมหยุดกลับขับรถยนต์เบียดรถยนต์ของร้อยตำรวจตรีปถัมภ์ไม่ให้แซงเพื่อให้พ้นการจับกุมและจำเลยได้ขับรถยนต์พุ่งเข้าชนร้อยตำรวจเอกเอกชัย แสนมะโนสิบตำรวจโทนเรศร์ แย้มกันชู และพลตำรวจจำลอง ท่างาม ซึ่งตั้งด่านสกัดจับโดยเจตนาฆ่า แต่ร้อยตำรวจเอกเอกชัยกับพวกกระโดนหลบทันจึงไม่ถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษฐานต่อสู้ขัด