การพิจารณาว่าพฤติการณ์การด่าทอซึ่งกันและกันก่อนใช้อาวุธปืนยิงกันถือเป็นการบันดาลโทสะโดยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมหรือไม่ และการเพิ่มโ
การที่จำเลยและโจทก์ร่วมสมัครใจด่าทอซึ่งกันและกันก่อนเกิดเหตุ แล้วจำเลยใช้อาวุธปืนยิงโจทก์ร่วม การกระทำดังกล่าวถือไม่ได้ว่ากระทำไปเพราะบันดาลโทสะโดยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม และเมื่อจำเลยกระทำผิดก่อนวันที่ 5 ธันวาคม 2530 และพ้นโทษไปก่อนแล้ว จำเลยย่อมได้รับประโยชน์จากพระราชบัญญัติล้า
พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยให้ลงโทษจำคุกจำเลย 10 ปี และลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยไว้มีกำหนด 6 ปี 8 เดือน
จำเลยและโจทก์ร่วมสมัครใจด่าทอซึ่งกันและกันก่อนเกิดเหตุ แล้วจำเลยใช้อาวุธปืนยิงโจทก์ร่วม และจำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก 9 เดือน ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 164/2528 ก่อนวันที่ 5 ธันวาคม 2530 และพ้นโทษไปก่อนแล้ว
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4891/2533พนักงานอัยการจังหวัดยะลาโจทก์นายเฉลก ทองปรุงโจทก์ร่วมนายยอด เจริญคงจำเลย ป.อ. , ม. 92 พ.ร.บ.ล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงมีพระชนมพรรษา 60 พรรษา พ.ศ.2530 จำเลยและโจทก์ร่วมสมัครใจด่าทอซึ่งกันและกันก่อนเกิดเหตุแล้วจำเลยจึงใช้อาวุธปืนยิงโจทก์ร่วม การกระทำของจำเลยเช่นนี้ถือไม่ได้ว่ากระทำไปเพราะบันดาลโทสะโดยถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอัน ไม่เป็นธรรม เมื่อคดีก่อนจำเลยกระทำผิดก่อนวันที่ 5 ธันวาคม 2530และพ้นโทษไปก่อนแล้ว จำเลยย่อมได้รับประโยชน์จากพระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลย เดชทรงมีพระชนมพรรษา 60 พรรษา พ.ศ. 2530 มาตรา 4 ถือว่าจำเลยไม่เคยถูกลงโทษในความผิดดังกล่าว จึงเพิ่มโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 ไม่ได้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยใช้อาวุธปืนยิงนายโฉลก ทองปรุง ผู้เสียหายโดยมีเจตนาฆ่า กระสุนปืนถูกผู้เสียหาย แต่ผู้เสียหายไม่ถึงแก่ความตายเพราะแพทย์ทำการรักษาไว้ทันท่วงที ก่อนคดีนี้จำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก ๙ เดือน จำเลยพ้นโทษในคดีดังกล่าวแล้วภายใน ๕ ปี นับแต่วันพ้นโทษ มากระทำผิดคดีนี้อีกขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐, ๙๒ และเพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมาย จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเคยต้องโทษและพ้นโทษจริงตามฟ้อง ระหว่างพิจารณาผู้เสียหายได้ร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา๒๘๘, ๘๐ จำคุก ๑๒ ปี จำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกฐานมีอาวุธปืนและพาติดตัวไปในเมืองโดยไม่รับอนุญาต และมากระทำผิดในคดีนี้ภายใน ๕ ปี นับแต่วันพ้นโทษอีก จึงให้เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตามมาตร