น้ำหนักพยานของคำรับของจำเลยต่อผู้ใหญ่บ้านและคำรับสารภาพในชั้นจับกุม โดยไม่มีพยานหลักฐานอื่นที่ยืนยันการเห็นจำเลยก่อเหตุ
คำรับของจำเลยต่อผู้ใหญ่บ้านและคำรับสารภาพในชั้นจับกุม จะพึงรับฟังได้แต่เพียงเป็นพยานประกอบคำเบิกความของพยานโจทก์ หากไม่มีพยานหลักฐานอื่นที่ยืนยันการก่อเหตุ คำรับดังกล่าวจะไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะลงโทษจำเลยได้
พิพากษายืน (ศาลอุทธรณ์)
จำเลยให้การปฏิเสธในศาล แต่เคยรับสารภาพต่อผู้ใหญ่บ้านและในชั้นจับกุมว่าลักเอาไก่ไป โดยพยานโจทก์ไม่สามารถเบิกความได้ว่าเห็นจำเลยอุ้มไก่ไป
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4913/2533พนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคามโจทก์นายบุญ จันทร์โทจำเลย ป.วิ.อ. , ม. 227คำรับของจำเลยต่อ อ. และคำรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมจะพึงรับฟังได้แต่เพียงเป็นพยานประกอบคำเบิกความของพยานโจทก์ เมื่อคำเบิกความของ ง. พยานโจทก์ฟังไม่ได้ว่าเห็นจำเลยอุ้มไก่ของผู้เสียหายไป ลำพังแต่คำรับของจำเลยต่อ อ.และคำรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะลงโทษจำเลยได้.โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓,๓๓๕, ๓๕๗ และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ผู้เสียหายยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหายด้วย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๔ จำคุก ๘ เดือน ลดโทษให้หนึ่งในสี่คงจำคุก ๖ เดือนให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่ผู้เสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า คำเบิกความของนายเงินขัดแย้งกับฟังไม่ได้ว่าเห็นจำเลยอุ้มไก่ไป และวินิจฉัยว่าที่นายอดุลย์กำนันของท้องที่ที่เกิดเหตุเบิกความว่า ผู้เสียหายแจ้งความแก่ตนว่าจำเลยเป็นคนร้ายลักเอาไก่ของผู้เสียหายไป พยานจึงเรียกจำเลยมาพบ จำเลยรับกับพยานว่า ได้ลักเอาไก่ของผู้เสียหายไปจริงและร้อยตำรวจตรีพิศ วรรณขันธ์ ผู้จับกุมจำเลยเบิกความว่า ในชั้นจับกุมพยานแจ้งข้อหาจำเลยว่าลักทรัพย์หรือรับของโจร จำเลยให้การรับสารภาพว่าได้เอาไก่ของผู้เสียหายไปจริง และได้ทำบันทึกจับกุมให้จำเลยลงลายมือชื่อไว้นั้นเห็นว่า คำรับของจำเลยต่อนายอดุลย์ก็ดีและคำรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมก็ดี จะพึงรับฟังได้แต่เพียงเป็นพยานประกอบคำเบิกความของพยานโจกท์ เมื่อคำเบิกความของนายเงินพยานโจทก์ฟังไม่ได้ว่าเห็นจำเลยอุ้มไก่ของผู้เสียหายไป