ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4914/2533

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายว่า การหลอกลวงประชาชน 5 กลุ่ม ในเวลาต่างกัน เป็นความผิดกรรมเดียวหรือต่างกรรมต่างวาระ

หลักกฎหมาย

การหลอกลวงประชาชนหลายกลุ่มโดยมีเจตนาให้เกิดผลต่อแต่ละกลุ่มแยกต่างหาก ย่อมเป็นการกระทำต่างกรรมต่างวาระ ไม่ใช่ความผิดกรรมเดียว

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้ว่า จำเลยมีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 วรรคแรก รวม 5 กระทง จำคุกกระทงละ 2 ปี รวมจำคุก 10 ปี

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยหลอกลวงผู้เสียหาย 5 กลุ่ม โดยอ้างว่าจัดส่งไปทำงานต่างประเทศ ผู้เสียหายแต่ละกลุ่มมาสมัครและมอบเงินค่าบริการต่างวันเวลากัน รวม 5 ครั้ง

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4914/2533พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการโจทก์นายสนิท บำรุงไทย กับพวกโจทก์ร่วมนายทองดี หรือ พิสาน ธรมีฤทธิ์จำเลย ป.อ. , ม. 341, ม. 343 ป.วิ.อ. ม. 218 วรรคแรก พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2511 ม. 7, ม. 27ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยในความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2521 มีกำหนด 1 เดือน และความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 รวม 5 กระทงจำคุกกระทงละ 2 ปี ความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2521 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนส่วนความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนพิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวและลงโทษจำคุกมีกำหนด 2 ปี ความผิดทั้งสองฐานจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก การที่จำเลยฎีกาว่า พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมานั้นยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นคนรับสมัครไปทำงานและรับเงินค่าบริการจากโจทก์ร่วมและผู้เสียหาย พยานหลักฐานที่จำเลยนำสืบมานั้นฟังหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ว่าจำเลยมิได้หลอกลวงโจทก์ร่วมและผู้เสียหาย ทั้งมิได้รับเงินไว้เพื่อผลประโยชน์ของตนเอง ขอให้ศาลฎีการับฟังพยานเอกสารต่าง ๆ ที่จำเลยส่งมาพร้อมฎีกาและขอให้รอการลงโทษจำเลยนั้น เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการฟังพยานหลักฐานและการกำหนดโทษของศาลอุทธรณ์ เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้าม จำเลยหลอกลวงว่าสามารถจัดส่งผู้เสียหายไปทำงานต่างประเทศได้ผู้เสียหายแต่ละคนหลงเชื่อจึงมาสมัครงานกับจำเลยและมอบเงินค่าบริการให้ตามที่จำเลยเรียกร้อง โดยกระทำในวันเวลาที่แตกต่างกันรวม 5 ครั้ง แต่ละครั้งจำเลยหลอกลวงประชาชนต่างกลุ่มกันผู้เสียหายแต่ละกลุ่มมาสมัครงานและมอบเงินแ