ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4918/2533

ประเด็นกฎหมาย

หน้าที่ของศาลในการลดโทษหรือพิจารณาประโยชน์จากการพระราชทานอภัยโทษเมื่อมีการออกหมายจำคุกโดยมีผลย้อนหลัง

หลักกฎหมาย

การที่จำเลยจะได้รับประโยชน์จากการลดโทษตามพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษหรือไม่ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกา และเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการซึ่งตั้งขึ้นตามพระราชกฤษฎีกาที่จะทำการตรวจสอบ ไม่ใช่หน้าที่ของศาลที่จะพิจารณาลดโทษให้จำเลย

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืน โดยวินิจฉัยว่าศาลไม่มีหน้าที่พิจารณาลดโทษให้จำเลยตามคำร้อง แต่เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการอภัยโทษ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ศาลชั้นต้นได้ออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดให้แก่จำเลยที่ 2 โดยให้มีผลย้อนหลังไปถึงวันที่ 28 กรกฎาคม 2529 ตามคำร้องของจำเลยที่ 2 เพื่อความสอดคล้องกับจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ร้องขอให้แก้ไขโทษเพื่อให้ได้รับประโยชน์จากการลดโทษตามพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ พ.ศ. 2530 และ พ.ศ. 2531

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4918/2533พนักงานอัยการจังหวัดสิงห์บุรีโจทก์นางสาวบุญเหลือ กันหะโจทก์ร่วมนายบุญส่ง กรัตนุถะ กับพวกจำเลย ป.วิ.อ. พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2530 พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2531 ศาลชั้นต้นได้ออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดโดยให้มีผลย้อนหลังไปในวันที่คดีถึงที่สุดตามที่จำเลยร้องขอแล้ว ส่วนการที่จำเลยจะได้รับประโยชน์จากการลดโทษตามพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ พ.ศ. 2530 และพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ พ.ศ. 2531 หรือไม่เพียงใดนั้นจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ และเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการซึ่งตั้งขึ้นตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวที่จะทำการตรวจสอบ ไม่ใช่หน้าที่ของศาลที่จะพิจารณาลดโทษให้จำเลยคดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสอง ระหว่างพิจารณาผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาตและพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖ ประกอบมาตรา ๘๐ และ ๒๗๘ กระทงหนึ่ง ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖ ประกอบมาตรา ๘๐ ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุกคนละ ๑๓ ปี ๔ เดือน และผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙ (๖)ประกอบมาตรา ๘๐ อีกกระทงหนึ่งจำคุกตลอดชีวิต เปลี่ยนโทษจำคุกตลอดชีวิตเป็นโทษจำคุก ๕๐ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๑ รวม๒ กระทง จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ ๖๓ ปี ๔ เดือน จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๘, ๒๘๙(๖) ประกอบ มาตรา ๘๐ ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙(๖) ประกอบ มาตรา ๘๐ ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุกตลอดชีวิต ลดโทษให้จำเลยที่ ๑ หนึ่งในสามจำเลยที่ ๒หนึ่งในสี่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ เปลี่ยนโทษจำคุกตลอดชีวิตเป็นจำคุก ๕๐ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาต