ปัญหาข้อกฎหมายว่าที่ดินพิพาทเป็นสินสมรสหรือไม่ และการที่โจทก์รู้เห็นการยกที่ดินให้จำเลยโดยไม่คัดค้านถือเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตจนไม่มีอำนาจฟ้องขอให
การใช้สิทธิโดยไม่สุจริตเป็นเรื่องเกี่ยวกับอำนาจฟ้องซึ่งเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้
ให้ยกฟ้องโจทก์
นายอินทร์ได้รับมรดกที่ดินพิพาทก่อนวันที่ 16 ตุลาคม 2519 และทำหนังสือมอบอำนาจให้จำเลยไถ่ถอนการขายฝากและโอนที่ดินให้จำเลย โดยโจทก์รู้เห็นและยินยอมไม่คัดค้าน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4947/2533นางน้อย บุญโชติ โดยนางบัวพันธ์ บุญโชติ ผู้เข้าเป็นโจทก์นางนวลจันทร์ บุญโชติจำเลย ป.พ.พ. ม. 5 พ.ร.บ.ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ.2519 ม. 5 ป.วิ.พ. , ม. 142 (5)อ. ได้ที่ดินพิพาทมาโดยการรับมรดกระหว่างเป็นสามีโจทก์เมื่อปรากฏว่า อ. ได้รับมรดกที่ดินพิพาทมาก่อนวันที่ 16 ตุลาคม2519 อันเป็นวันที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ 5 ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ. 2519 มีผลใช้บังคับ ที่ดินพิพาทจึงเป็นสินสมรสระหว่าง อ. กับโจทก์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 เดิมมาตรา 1466 แม้ว่าที่ดินพิพาทจะเป็นสินสมรสระหว่าง อ. กับโจทก์ก็ตามเมื่อปรากฏว่าการที่ อ. ยกที่ดินพิพาทส่วนของโจทก์ให้แก่จำเลยด้วยนั้น โจทก์ซึ่งรู้เห็นอยู่แล้วไม่ได้คัดค้านหรือทักท้วงประการใดกลับปล่อยให้จำเลยดำเนินการไถ่ถอนการขายฝาก และจดทะเบียนโอนที่ดินยกให้เป็นของจำเลยแล้ว โจทก์จะมาใช้สิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนการยกให้ซึ่งที่ดินพิพาทดังกล่าวหาได้ไม่ เพราะเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต การใช้สิทธิโดยไม่สุจริต เป็นเรื่องเกี่ยวกับอำนาจฟ้องซึ่งเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภริยาชอบด้วยกฎหมายของนายอินทร์ บุญโชติ มีบุตรด้วยกัน ๖ คน รวมทั้งจำเลยซึ่งเป็นบุตรคนที่สามระหว่างเป็นสามีภรรยากัน นายอินทร์เป็นเจ้าของที่ดิน น.ส.๓ ก.เลขที่ ๑๓๗๖ ซึ่งได้ขายฝากที่ดินแปลงนี้ไว้กับผู้มีชื่อ ต่อมานายอินทร์ได้ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๒๘ เมื่อเดือนกันยายน ๒๕๒๘ ขณะที่นายอินทร์กำลังป่วยหนักจำเลยได้ทำหนังสือมอ