ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4953/2533

ประเด็นกฎหมาย

การตีความประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(2) กรณีลูกจ้างไม่ให้ความร่วมมือในการติดตามทรัพย์สินที่ลูกจ้างคนอื่นยักยอกไป โดยโจทก์ไม่ม

หลักกฎหมาย

ความเสียหายที่เกิดจากการกระทำของบุคคลอื่น โดยโจทก์มิได้กระทำการใด ๆ เป็นที่เสียหายแก่จำเลย และการไม่ให้ความร่วมมือในการติดตามทรัพย์หรือพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้อง หาเป็นการจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายตามประกาศฯ ข้อ 47(2) ไม่

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยแก่โจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

นางสาว ร. ลูกจ้างของจำเลย ยักยอกทรัพย์ของจำเลยไป แต่โจทก์ไม่มีหน้าที่ดูแลทรัพย์สินดังกล่าว โจทก์ไม่ให้ความร่วมมือในการติดตามเอาทรัพย์คืน และจับกุมนางสาว ร. ได้ขณะอยู่กับโจทก์

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4953/2533นายชนะนันทน์ รามนันทน์โจทก์บริษัทโตโยต้า (พารา) รถเช่า จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน นางสาว ร. ลูกจ้างคนหนึ่งของจำเลยยักยอกทรัพย์ของจำเลยไป แต่โจทก์ไม่มีหน้าที่ดูแลทรัพย์สินนั้น และความเสียหายที่เกิดแก่จำเลยก็เป็นการกระทำของนางสาว ร. โจทก์มิได้กระทำการใด ๆเป็นที่เสียหายแก่จำเลย แม้โจทก์ไม่ให้ความร่วมมือในการติดตามเอาทรัพย์ที่ นางสาว ร. ยักยอกไป และจับกุมนางสาว ร. ได้ขณะอยู่กับโจทก์ก็ตาม ก็หาเป็นการจงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหายตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(2) ไม่.โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีความผิดและไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า ขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชย จำเลยให้การต่อสู้คดี ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า ฟังไม่ได้ว่าโจทก์มีส่วนรู้เห็นหรือสมคบกับนางสาวรศนายักยอกทรัพย์ของจำเลย ถือไม่ได้ว่าโจทก์กระทำการทุจริตต่อหน้าที่ และการที่โจทก์ไม่ให้ความร่วมมือติดตามเอาทรัพย์คืนก็ไม่พอฟังว่าโจทก์มีส่วนร่วมรู้เห็นในการกระทำความผิด หรือสนับสนุนผู้กระทำผิดอันจะถือได้ว่าโจทก์จงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย พิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ไม่มีหน้าที่ดูแลทรัพย์สินที่นางสาวรศนายักยอกไป ความเสียหายเกิดจากนางสาวรศนา มิได้เกี่ยวข้องกับโจทก์แต่ประการใด การที่โจทก์ไม่ให้ความร่วมมือในการติดตามเอาทรัพย์ที่นางสาวรศนายักยอกไป และต่อมานางสาวรศนาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมและอยู่กับโจทก์นั