ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4954/2533

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายว่าจำเลยซึ่งเป็นสมุห์บัญชีมีความผิดฐานร่วมกับนิติบุคคลใช้เอกสารปลอมโดยนำบิลเงินสดปลอมไปแสดงต่อกรมสรรพากรเพื่อขอคืนภาษี และปัญหาการบังคับ

หลักกฎหมาย

การนำเอกสารปลอมไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่จนทำให้เจ้าหน้าที่หลงเชื่อและเกิดความเสียหายแก่รัฐ ถือเป็นการใช้เอกสารปลอม แม้ผู้แสดงเอกสารจะเป็นเพียงผู้รับมอบอำนาจจากนิติบุคคลแต่รู้ว่าเป็นเอกสารปลอมก็มีความผิดฐานร่วมใช้เอกสารปลอม และนิติบุคคลไม่สามารถถูกกักขังแทนเงินค่าปรับได้ ต้องจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตร

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ แต่แก้ไขเฉพาะส่วนโทษของจำเลยที่ 1 โดยหากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 (เนื่องจากนิติบุคคลจะกักขังแทนเงินไม่ได้)

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นสมุห์บัญชีของจำเลยที่ 1 (บริษัทจำกัด) รู้ว่าบิลเงินสดเป็นเอกสารปลอมแต่ยังคงนำเอกสารดังกล่าวไปแสดงต่อกรมสรรพากรเพื่อขอคืนเงินภาษีเงินได้นิติบุคคล จนกรมสรรพากรคืนเงินให้จำเลยที่ 1

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4954/2533พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์บริษัทบุ้นหงัน จำกัด ที่ 1 กับพวกจำเลย ป.อ. , ม. 83, ม. 264, ม. 268 ป.พ.พ. ม. 1096การที่จำเลยที่ 2 นำบิลเงินสดซึ่งตนรู้อยู่ว่าเป็นเอกสารปลอมไปแสดงต่อกรมสรรพากรพร้อมกับให้ถ้อยคำประกอบเพื่อขอเงิน ภาษีคืนจากกรมสรรพากร จนกรมสรรพากรคืนเงินภาษีอากรให้แก่จำเลยที่ 1ผู้มอบอำนาจให้จำเลยที่ 2 ไปกระทำการดังกล่าว การกระทำของจำเลยถือว่า เกิดความเสียหายแก่กรมสรรพากรแล้ว จำเลยที่ 2ต้องรับผิดฐานร่วมกับจำเลยที่ 1 ใช้เอกสารปลอมด้วย โทษปรับนิติบุคคลจะกักขังแทนเงินไม่ได้ จึงจัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 เท่านั้น.โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดจำเลยที่ ๒ เป็นสมุห์บัญชีของจำเลยที่ ๑ มีหน้าที่ทำบัญชีรายรับรายจ่ายและงบดุล ของจำเลยที่ ๑ และยื่นแบบแสดงรายการการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลของจำเลยที่ ๑ กับยื่นคำร้องขอเงินภาษีเงินได้นิติบุคคลของจำเลยที่ ๑ คืนจากกรมสรรพากร เมื่อระหว่างต้นเดือนกรกฎาคม ๒๕๑๗ ถึงวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๑ มีคนร้ายปลอมเอกสารบิลเงินสด (ใบเสร็จรับเงิน) ของห้างฯ เจริญอุดม ขึ้นทั้งฉบับระบุว่าห้างฯ เจริญอุดม ขายเหล็กชนิดต่าง ๆ ให้จำเลยที่ ๑ ในรอบปี๒๕๑๗ จำนวน ๔๐ ฉบับ เป็นเงิน ๓,๐๐๓,๕๐๔ บาท และในรอบปี ๒๕๑๘จำนวน ๒๑ ฉบับ เป็นเงิน ๑,๙๒๒,๕๔๐.๖๐ บาท อันเป็นข้อความเท็จทั้งนี้เพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดที่พบเห็นบิลเงินสดจำนวน ๖๑ ฉบับดังกล่าวหลงเชื่อว่า บิลเงินสดนั้นเป็นเอกสารสิทธิที่แท้จริงความจริงห้างฯ เจริญอุดม ไม่เคยติดต่อค้าขายเหล็กให้จำเลยที่ ๑และไม่ได้ออกบิลเงินสดค่าขายเหล็กเป็นหลักฐานการรับเงินมอบให้จำเลยที่ ๑ แต่อย่างใด การกระทำดังกล่าวน่าจะเกิดความเสียหายแก่ห้างฯ เจริญอุดม แล