ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5012/2533

ประเด็นกฎหมาย

การกระทำผิดโดยประมาทในการขับรถเลี้ยวตัดหน้ากระชั้นชิดเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท

หลักกฎหมาย

การกระทำที่เกิดขึ้นในครั้งคราวเดียว ต่อเนื่องเกี่ยวพันกัน แม้จะผิดต่อกฎหมายหลายบท ก็ถือเป็นกรรมเดียว ต้องลงโทษตามบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90

คำวินิจฉัย

แก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นว่าจำเลยกระทำความผิดกรรมเดียว ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 ซึ่งเป็นบทหนักที่สุด จำคุก 1 ปี

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยขับรถจะเลี้ยวซ้ายแต่ไม่นำรถเข้าชิดขอบทางเดินรถด้านซ้าย กลับเลี้ยวตัดหน้ารถโจทก์ร่วมในระยะกระชั้นชิด เป็นการกีดขวางการจราจรและประมาท ทำให้รถชนกัน โจทก์ร่วมได้รับอันตรายสาหัสและรถเสียหาย

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • มาตรา ๓๐๐ พระราชบัญญัติจราจรทางบก

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5012/2533พนักงานอัยการ จังหวัดฉะเชิงเทราโจทก์นายสมศักดิ์ สมร่าง กับพวกโจทก์ร่วมนายแนะ วุฒิศิริจำเลย ป.อ. , ม. 300 พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 ม. 43, ม. 51, ม. 148, ม. 157จำเลยขับรถยนต์จะเลี้ยวซ้ายแต่ไม่นำรถเข้าชิดขอบทางเดินรถด้านซ้ายกลับเลี้ยวรถตัดหน้ารถที่โจทก์ร่วมขับใน ระยะกระชั้นชิดในลักษณะเป็นการกีดขวางการจราจร และเป็นการกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้รถทั้งสองคันชนกัน ทำให้โจทก์ร่วมได้รับอันตรายสาหัสและรถที่โจทก์ร่วมขับได้รับความเสียหาย ถือได้ว่าเป็นการกระทำผิดในครั้งคราวเดียวที่ต่อเนื่องเกี่ยวพันกัน อันเป็นการกระทำผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๐ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๘, ๔๓, ๔๔, ๕๑, ๑๔๘, ๑๕๘ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๐ ลงโทษจำคุก ๑ ปี ผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๓, ๕๑, ๑๔๘, ๑๕๘ ลงโทษปรับกระทงละ ๕๐๐ บาทรวมปรับ ๑,๐๐๐ บาท รวมจำคุก ๑ ปี และปรับ ๑,๐๐๐ บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ โจทก์ร่วมทั้งสามและจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘ วรรคแรก ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนซึ่งศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยขับรถไม่ชิดขอบทางเดินรถด้านซ้ายแล้วเลี้ยวซ้ายตัดหน้ารถที่โจทก์ร่วมที่ ๑ ขับในระยะกระชั้นชิด โดยลักษณะเป็นการกีดขวางการจราจร และเป็นการกระทำโดยประมาทจนเป็นเหตุให้รถทั้งสองคัน