การตระเตรียมร่วมกระทำความผิดฐานรับของโจรยังไม่เป็นความผิด
การกระทำที่เป็นเพียงการตระเตรียมเพื่อร่วมกระทำความผิด ยังไม่ถึงขั้นลงมือกระทำความผิด จึงไม่เป็นความผิดฐานรับของโจร
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหารับของโจรเฉพาะจำเลยที่ 3
จำเลยที่ 3 ร่วมปรึกษากับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ว่าจะหาเงินให้ผู้ขายและนำกระบือไปขายที่ไหน แต่ยังไม่ได้ลงมือขายหรือรับกระบือไว้ ถูกจับกุมขณะไปดูกระบือที่ผูกซ่อนไว้
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5058/2533อัยการประจำศาลจังหวัดกบินทร์บุรีโจทก์นายวิราช รวมสุข กับพวกจำเลย ป.อ. ป.วิ.อ. จำเลยที่ 3 ไม่ได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 ที่ 2 รับซื้อกระบือของกลางการที่จำเลยที่ 3 อยู่ร่วมกับจำเลยที่ 1 ที่ 2 ขณะถูกจับกุมยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ที่ 2 ครอบครองกระบือดังกล่าว หลังจากจำเลยที่ 1 ที่ 2 รับซื้อกระบือของกลางแล้ว จำเลยที่ 3 ได้ร่วมปรึกษากับจำเลยที่ 1 ที่ 2 ว่าจะหาเงินให้ผู้ขายอย่างไร เอากระบือไปขายที่ไหนเมื่อขายได้แล้วจะนำกำไรมาแบ่งกันวันต่อมาจำเลยที่ 1 ที่ 2 พาจำเลยที่ 3 ไปดูกระบือที่ผูกซ่อนไว้จึงถูกจับกุม ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 3 ลงมือกระทำผิด เป็นเพียงการตระเตรียมที่จะร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ 1 ที่ 2 เท่านั้น จึงยังไม่เป็นความผิดฐานรับของโจรโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๓๓๕, ๓๕๗ และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนเป็นเงิน ๗,๐๐๐ บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๗ จำคุกคนละ ๔ ปี ลดโทษให้ตามมาตรา ๗๘ หนึ่งในสามคงจำคุกคนละ ๒ ปี ๘ เดือน ยกคำขอในส่วนที่ให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนยกฟ้องข้อหาลักทรัพย์ จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหารับของโจรเฉพาะที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๓ ด้วย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์นำสืบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไล่จับจำเลยที่ ๓ ได้พร้อมกับจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ห่างจากจุดที่พบจำเลยทั้งสามประมาณ ๑๐๐ เมตร และจุดที่พบจำเลยทั้งสามนั้นอยู่ห่างจากกระบือที่ผูกซ่อนไว้ในป่าละเมาะประม