ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5059/2533

ประเด็นกฎหมาย

การฟ้องเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองที่ดินต้องฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่ถูกแย่งการครอบครอง มิฉะนั้นหมดสิทธิฟ้อง

หลักกฎหมาย

การฟ้องเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองต้องฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครองตาม ป.พ.พ. มาตรา 1375 วรรคสอง และปัญหาเรื่องสิทธิฟ้องร้องเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลมีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเองได้

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นที่ยกฟ้อง เนื่องจากโจทก์หมดสิทธิฟ้องเพราะฟ้องเกิน 1 ปีนับแต่วันถูกแย่งการครอบครอง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยบุกรุกแย่งการครอบครองที่ดินพิพาทเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2526 โจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2531 ซึ่งเกิน 1 ปี และโจทก์มิได้ครอบครองที่ดินในขณะฟ้อง

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5059/2533นายแพร้ว พรหมชัยโจทก์นายหมีด วันทอง กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 1375 วรรคสอง ป.วิ.อ. ม. 40, ม. 47 ป.วิ.พ. ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องคดีอาญาที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานบุกรุก ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์มิได้ครอบครองที่ดินพิพาทในขณะฟ้องคดีนี้ตามที่บรรยายมาในฟ้อง การที่โจทก์มีคำขอให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและต้นไม้ออกจากที่ดินพิพาทและห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกับที่ดิน พิพาทมาพร้อมกับฟ้องคดีอาญา ถือได้ว่าเป็นการฟ้องเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครอง ซึ่งโจทก์จะต้องฟ้องภายใน 1 ปี นับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครอง เมื่อปรากฏจากคำเบิกความของโจทก์ในชั้นไต่สวนดังกล่าวว่า โจทก์ฟ้องคดีนี้เกินกว่า 1 ปี นับแต่วันถูกแย่งการครอบครอง โจทก์จึงหมดสิทธิฟ้องแม้จำเลยจะยังมิได้ให้การต่อสู้คดี ปัญหาเรื่องสิทธิฟ้องร้องของโจทก์เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลมีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเองได้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๘,๓๖๒, ๒๖๕, ๘๓ ห้ามมิให้จำเลยทั้งห้าและบริวารเข้าไปกระทำการใด ๆอันเป็นการรบกวนการครอบครองที่ดินของโจทก์ ให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันรื้อถอนเสาไม้รั้วลวดหนาม และต้นมะพร้าว ออกจากที่ดินของโจทก์หากจำเลยทั้งห้าไม่รื้อถอนให้โจทก์เป็นผู้รื้อถอนโดยจำเลยทั้งห้าร่วมกันรับผิดออกค่าใช้จ่าย ก่อนศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้อง โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ ๑ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ประทับฟ้องโจทก์ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ เฉพาะความผิดฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๕ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้เป็นคดีแพ่งที่เกี่